เปลี่ยนทุนชุมชนเป็นทุนทางเศรษฐกิจ


06 Jul
06Jul


            Admin

 

เมื่อกุ้ง หอย ปู ปลา และทรัพยากรชายฝังอันเป็นเสมือนต้นทุนชีวิตของ กลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดปัตตานีเริ่มเสื่อมโทรม ทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาได้คือ รวมกลุ่มกับรื้อฟื้น และดูแล กระทั่งกลับมาอยู่ในสภาพปกติเช่นเดิม  

ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ทรัพยากรจะกลับมาอุดมสมบูรณ์  ชาวบ้านจับสัตว์น้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้น แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อะไรคือสาเหตุ และจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

เพราะจับมา-ขายไป 

สุวิมล พิริยธนาลัย จึงร่วมกับแกนนำชาวบ้านเครือข่ายประมงพื้นบ้านปัตตานีวิเคราะห์หา “เหตุ”  และพบว่า ชาวบ้านยังคงทำการค้าแบบเดิม ๆ คือ “จับมา - ขายไป”  ไม่รู้ว่าสัตว์น้ำต้นทุนมีมูลค่าแค่ไหน เหนือสิ่งอื่นใด  ชาวบ้านไม่สามารถกำหนดราคา “สินค้า” คือ สัตว์น้ำได้ด้วยตัวเอง 

   โครงการการพัฒนาทุนชุมชนสู่ทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนประมงพื้นบ้านปัตตานี ภายใต้การนำของ สุวิมล พิริยธนาลัย  จึงเกิดขึ้นเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาทุนชุมชนสู่ทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนประมงพื้นบ้านปัตตานี  และ แสวงหาแนวทางความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้ามาสนับสนุน และพัฒนาทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนประมงพื้นบ้าน ที่นำไปสู่การพัฒนาทิศทางในการแก้ไขปัญหาของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม

กระบวนการวิจัย เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจกับชุมชนกลุ่มเป้าหมาย ถึงแนวทางและวิธีการที่จะดำเนินงาน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ สมาชิกในชุมชนต้องเข้ามาร่วมในกระบวนการวิจัย  ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล  จัดระบบ ไปจนถึงร่วมกันรื้อฟื้นทุนของชุมชนที่มีอยู่ โดยมีทีมวิจัย  3 รุ่น ประกอบด้วย ผู้อาวุโส กลุ่มคนวัยทำงาน และคนรุ่นใหม่ของชุมชน

ผลการดำเนินงาน พบว่า  ชุมชนชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดปัตตานีมีทุนทีสำคัญ  4 อย่าง อย่างแรกคือ ทุนทรัพยากรธรรมชาติหรือทุนระบบนิเวศ หมายถึง ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่อยู่ในทะเล ชายฝั่ง อย่างที่สอง ทุนวัฒนธรรม หมายถึง ความสัมพันธ์ทางสังคมของชุมชน รวมถึงเครือข่ายชุมชนอื่น ๆ ที่มีลักษณะของการพึ่งพาอาศัย การเอาธุระซึ่งกันและกัน อันเป็นที่มาของระบบเครือญาติ ความเป็นหมู่เป็นพวก เกลอ และญาติมิตร

อย่างที่สาม คือ ทุนภูมิปัญญา หมายถึง องค์ความรู้ที่ชาวบ้านสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อความอยู่รอดและพัฒนาตนเอง และยังรวมถึงความรู้ ความเข้าใจ ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงองค์ความรู้ ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวประมงพื้นบ้านในมิติต่างๆ  และประการที่ สี่คือ  ทุนความพร้อมของพื้นที่  หมายถึง ความพร้อมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ ซึ่งในที่นี่คือ ความพร้อมด้านสถานที่ในการแปรรูปอาหารทะเล ความพร้อมในด้านทักษะของบุคคลและความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและสื่อมวลชน

ต้นทุนดี + มีความรู้ = ความยั่งยืน 

เมื่อรู้ “ต้นทุน” ที่สำคัญ กลุ่มประมงพื้นบ้านปัตตานีจึงนำมาทดลองปฏิบัติการใน 2 รูปแบบ คือ ระบบจัดซื้อ - ส่งอาหารทะเล   และ การแปรรูปอาหารทะเล

มีการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับซื้ออาหารทะเลสดประเภทต่าง ๆ เพื่อนำมาตัดแต่งและแปรรูป และจะรับซื้อเฉพาะสัตว์น้ำที่จับมาด้วยเครื่องมือประมงที่ไม่ผิดกฎหมาย และเครื่องมือประมงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (environmental friendly fishing tools ) เท่านั้น ประเด็นนี้ส่งผลให้ชาวประมงโดยรอบเปลี่ยนจากการใช้เครื่องมืออวนลากแคระ มาเป็นเครื่องมือประมงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ผิดกฎหมาย และที่สำคัญ พวกเขาจะขายได้ราคาดีกว่าเดิม 40 %

 ในส่วนของการกระจายสินค้า นอกจากขายเป็นอาหารทะเลสด มีการสร้างแบรนด์ในลักษณะของ “อาหารทะเลปลอดภัย” (Organic Seafood)  โดยอาหารทะเลแต่ละชนิดที่ส่งถึงมือลูกค้าจะมี Stories ทั้งเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ ระบบวัฒนธรรม เพื่อมุ่งสร้างการเรียนรู้ให้แก่ผู้บริโภคที่อยู่ห่างไกลให้เข้าใจเรื่องราวของชุมชนประมงพื้นบ้านปัตตานีด้วย

 และนอกจากนั้น ห้องอาหารบุหงารายา โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี ได้นำทั้งอาหารทะเลสดและกุเลาเค็มจากกลุ่มฯไปพัฒนาเป็นเมนูอาหารต่างๆ พร้อมทั้งจัดทำสื่อการเรียนรู้เพื่อให้เห็นว่าเมนูอาหารดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากชุมชนประมงพื้นบ้าน จ.ปัตตานี

 ในส่วนของการแปรรูป มีการแปรรูป ปลากุเลาเค็ม กะปิ ข้าวเกรียบปลา  และอื่น ๆ ตามฤดูกาล

คนกินปลอดภัย คนขายมีรายได้เพิ่ม ทรัพยากรคงอยู่

กระบวนการวิจัยทำให้กลุ่มประมงพื้นบ้านปัตตานีปรับวิธีคิดใหม่ เริ่มให้ความสำคัญกับการมองระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ ผู้ผลิต ในที่นี้ก็คือชาวประมงพื้นบ้านที่เป็นคนจับปลา/เป็นผู้ผลิตอาหารทะเลสด จะต้องได้รับราคาที่เป็นธรรม ไม่ถูกกดราคาผลผลิต 2) ผู้กระจายสินค้าอาหารทะเลสด และแปรรูปอาหารทะเล ในที่นี้คือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย จะต้องร่วมมือกันทำหน้าที่ผลิตอาหารทะเลที่มีคุณภาพ สด สะอาด ปลอดภัย ขายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม และ 3) ผู้บริโภค  ได้รับอาหารทะเลที่มีคุณภาพ ได้ราคาที่สมเหตุ สมผล


แนวคิดดังกล่าว นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านใน จ.ปัตตานีสามารถจำหน่ายอาหารทะเลได้ในราคาที่เป็นธรรมมากขึ้นได้ ปัจจุบัน ชาวบ้าน 52 ชุมชน 6 อำเภอ มีรายได้ประมาณ 3,000,000 บาท/ปี  และยังได้รับงบประมาณสนับสนุน ในเรื่องการพัฒนาทุนชุมชนสู่ทุนทางเศรษฐกิจจากกลุ่มงานยุทธศาสตร์ฯ จำนวน  6,846,160 บาท และงบอุดหนุนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 2,063,990 บาท  และในปีงบประมาณ 2561 ได้รับงบอุดหนุนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 2,849,471 บาทเพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจชุมชนประมงพื้นบ้านต้นแบบจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผลที่เกิดขึ้นเป็นรูปแบบการนำทุนชุมชนมาพัฒนาให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่เกิดขึ้นโดยชาวบ้านเป็นผู้บริหารจัดการทั้งระบบ นอกจากนั้นกระบวนการวิจัยยังก่อให้เกิดทิศทางการพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบในเรื่องการทำธุรกิจของชุมชนประมงพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านอาหารทะเลปลอดสารเคมีโดยชุมชนและส่งตรงถึงผู้บริโภค

++++++++++++++

Comments
* The email will not be published on the website.