“ฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นเลอเวือะ บ้านป่าแป๋"


30 May
30May

“ฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นเลอเวือะ บ้านป่าแป๋ ... ตามรอยความพอเพียง”


การปลูกพืชระบบเกษตรสมัยใหม่ เข้ามาแทนที่การปลูกพืชพื้นบ้านตามระบบภูมิปัญญาท้องถิ่น  พันธุ์ข้าวพื้นบ้านของชาวเลอเวือะจาก 10 กว่าสายพันธุ์ เริ่มสูญหายไปเกือบครึ่ง และในปีพ.ศ. 2548 ชุมชนชาวเลอเวือะบ้านป่าแป๋จึงได้เริ่มต้นทำงานวิจัยในรูปแบบงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดพันธุกรรมพืชพื้นบ้าน ผลจากการทำงานวิจัยดังกล่าว ทำให้ชาวเลอเวือะ บ้านป่าแป๋ สามารถฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นบ้านได้กว่า 10 สายพันธุ์ โดยผ่านการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่แข็งแรง ช่วยแก้ปัญหาโรคระบาด ทำให้ชุมชนสามารถปลูกข้าวได้เพิ่มขึ้น และต่อยอดไปสู่การฟื้นฟูวัฒนธรรมข้าวของชาวเลอเวือะ เช่น การเลี้ยงผี การเลี้ยงขวัญ เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม จากการทำวิจัยเรื่องการฟื้นฟูพันธุกรรมพืชพื้นบ้าน พบว่า ชื่อเรียกพันธุ์ข้าวในภาษาเลอเวือะมีบางเสียงที่แตกต่างจากภาษาไทย ไม่สามารถบันทึกหรือเขียนตามเสียงในภาษาไทยได้ทั้งหมด จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการบันทึกภาษาเลอเวือะ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเลอเวือะ บ้านป่าแป๋ ในเวลาต่อมา ซึ่งยังคงมีการทำงานอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และสามารถขยายผลสู่การถ่ายทอดความรู้และเกิดองค์ความรู้ในมิติต่างๆ เช่น นิทานพื้นบ้าน การจัดการศึกษา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นต้น

การฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเลอเวือะ บ้านป่าแป๋ ในรูปแบบงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เริ่มต้นในปีพ.ศ. 2551 โดยเริ่มจากการวางรากฐานสำคัญคือ การพัฒนาระบบเขียนภาษาเลอเวือะ ร่วมกับนักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ ตรงตามหลักการทางวิชาการด้วยการใช้ตัวอักษรไทย 1 ตัว แทน 1 เสียง ผ่านกระบวนการทดลองใช้ ปรับปรุง แก้ไข ทำให้ชุมชนสามารถใช้ระบบเขียนภาษาเลอเวือะเป็นเครื่องมือในการบันทึกภาษาของตนเอง ด้วยตนเองอย่างมั่นใจ เมื่อทีมวิจัยชาวเลอเวือะ บ้านป่าแป๋ สามารถบันทึกภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองได้แล้ว ก็สามารถนำไปสู่การต่อยอดงานวิจัยในด้านอื่นๆ หลายด้าน ดังต่อไปนี้

ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การฟื้นฟูประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เกิดจากการทำงานร่วมกับ อาจารย์พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเก็บรวบรวม บันทึกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของชาวเลอเวือะร่วมกับชุมชนผ่านวรรณกรรมมุขปาฐะต่างๆ เช่น นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ทำให้ได้องค์ความรู้ซึ่งสะท้อนให้เห็นมิติของสภาพสังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการจัดระเบียบสังคมของชาวเลอเวือะในอดีต นอกจากนี้ในกระบวนการทำงานวิจัยนี้ได้ทำให้นักวิชาการและนักวิจัยท้องถิ่นมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดโลกทัศน์ใหม่ในการทำงานวิจัยร่วมกัน

ด้านการศึกษา ชุมชนชาวเลอเวือะร่วมกับโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 10 ได้จัดให้มีการจัดการศึกษาแบบทวิภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย โดยใช้ภาษาเลอเวือะร่วมจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นร่วมกันระหว่างชุมชนและคณะครูในโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 10 โดยนักวิชาการด้านการจัดการศึกษา จากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล และทีมพี่เลี้ยง มีบทบาทเป็นวิทยากร ให้ความรู้ คำแนะนำ ผ่านการเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติอย่างแท้จริง ตลอดจนการติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด ทำให้เด็กนักเรียนชาวเลอเวือะในชั้นปฐมวัยมีพัฒนาการเรียนรู้ทางด้านภาษา (ฟัง – พูด – อ่าน – เขียน) ทั้งภาษาเลอเวือะและภาษาไทย รวมทั้งมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของเด็กเลอเวือะ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ประเพณี วัฒนธรรม และการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนิทาน เรื่องเล่า การละเล่นพื้นบ้านที่มีในอดีตที่ถูกลืมเลือน ได้ถูกนำกลับมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนอีกครั้ง

ด้านการฟื้นฟูพรรณพืชพื้นบ้าน และอาหารพื้นบ้าน การฟื้นฟูพรรณพืชพื้นบ้าน และอาหารพื้นบ้านถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญของชาวเลอเวือะ โดยทีมวิจัยได้มุ่งเน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน กล่าวคือ ทีมวิจัยได้สอบถามข้อมูลจากปราชญ์ ผู้รู้ และการปฏิบัติจริง รวมทั้งยังมีการพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเกิดความเข้าใจร่วมกัน นอกจากนี้กลุ่มเด็กและเยาวชนยังมีบทบาทสำคัญในการเก็บรวบรวมและบันทึกข้อมูล ทำให้เด็กและเยาวชนได้รับความรู้ และเห็นคุณค่าของอาหารพื้นบ้านที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ปัจจุบันที่บ้านป่าแป๋ ได้มีการจัดตั้ง “ตลาดนัดชุมชนบ้านป่าแป๋” เพื่อขายสินค้าและอาหารพื้นบ้านให้กับคนภายในชุมชน ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้คนในชุมชนได้บริโภคอาหารพื้นบ้าน มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมทั้งยังทำให้ผู้คนในชุมชนได้พบปะสังสรรค์กัน ซึ่งถือเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความพอเพียงอย่างเห็นได้ชัดเจน

ด้านการฟื้นฟูบทกวี เลอซอมแ’ล บทกวีเลอซอมแ’ล ถือเป็นบทกวีที่สำคัญซึ่งเต็มไปด้วยคำสอน แนวทางการดำเนินชีวิตของชาวเลอเวือะ เช่น การเกี้ยวพาราสี การแต่งงาน การสร้างบ้านเรือน การทำไร่ การทอผ้า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงคำสอน และระบบคิดที่มีคุณค่าของชาวเลอเวือะในอดีตได้อย่างชัดเจน การทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นได้ทำให้ชุมชน โดยเฉพาะวัยกลางคน สามารถนำคำสอนเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งได้รู้จักและเข้าถึงคุณค่า ความหมาย และอัตลักษณ์ ความเป็นตัวตนของชาวเลอเวือะ ที่มีวิถีชีวิตที่พึ่งพิงและอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี รวมทั้งบุคลิก ลักษณะ นิสัยใจคอของชาวเลอเวือะ ที่เป็นผู้มีน้ำใจ มีความนอบน้อมต่อผู้ใหญ่อีกด้วย นอกจากนี้ในกระบวนการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นได้ทำให้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้อาวุโสได้มีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราว และเนื้อหาของบทกวี ทำให้ได้รำลึกถึงความหลัง และเกิดความสุขร่วมกัน

จากการฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวเลอเวือะที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ได้ทำให้ชุมชนชาวเลอเวือะ บ้านป่าแป๋ ได้รื้อฟื้นภูมิปัญญาความรู้ ประสบการณ์และความทรงจำผ่านบทกวี ประวัติศาสตร์ รวมทั้งวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย และพอเพียง แต่แฝงไปด้วยความรู้ และภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าที่เคยสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เกิดความรู้สึกรัก ผูกพัน และภาคภูมิใจในอัตลักษณ์และความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ของตนเอง


+++++++++









Comments
* The email will not be published on the website.