ค้าข้าวไม่ง่าย งานวิจัยระบุ คู่แข่งเยอะ


19 Feb
19Feb


CBR - TEAM

 

จากการศึกษาของโครงการการจัดการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาพันธุกรรมข้าวพื้นเมือง ตำบลกำแมด อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร โดยวรรณา ทองน้อย และคณะ โดยใช้เวทีการถอดบทเรียน สอบถาม สัมภาษณ์ ทั้งเกษตรกร ร้านจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว กลุ่มองค์กรเกษตรกร รวมถึงการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดกับหน่วยงานรัฐ ทั้งชุมชน และทีมวิจัย พบว่า มีปัจจัยเงื่อนไขมากกว่า 10 ประการที่ทำให้กลุ่มวิสาหกิจประสบปัญหาด้านการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าว

ประการแรก คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ เกษตรกรส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยเฉพาะแหล่งที่มาที่เป็นของหน่วยงานรัฐ  ที่มีมาตรฐานควบคุมแลรับรองโดยกรมการข้าว ขณะที่ในแง่ของความนิยมสายพันธุ์ที่จะปลูก  พบว่า เกษตรเลือกดู “ทิศทางความต้องการของตลาด”  ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะมีผลต่อด้านการวางแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหรือการจำหน่าย เช่น ความนิยมการใช้พันธุ์ข้าวมะลิ 105 ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่อนาคตพันธุ์ข้าวที่ผลิตอาจไม่ตรงกับความต้องการ หรือผลผลิตอาจจะมากหรือน้อยต่อความต้องการ เป็นต้น

ปริมาณเมล็ดพันธุ์ข้าวจากหน่วยงานรัฐที่วางขายในตลาด เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีผลกระทบต่อกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อจำหน่าย โดยจากศึกษา พบว่า ร้านค้าส่วนใหญ่ขายเฉพาะเมล็ดพันธ์ข้าวที่มาจากหน่วยงานรัฐเป็นผู้ผลิต  เช่น ร้านค้าเอกชน สหกรณ์การเกษตร รวมถึงศูนย์ข้าวชุมชนที่เป็นตัวแทนนาเมล็ดพันธุ์ข้าวมาจำหน่าย  ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้กลุ่มเกษตรกรขยายตลาดไม่ได้เนื่องจากตลาดของเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ยังอยู่ภายใต้หน่วยงานภาครัฐ (งานวิจัยอ้างคำพูดของนักวิชาเกษตรชานาญการ) ซึ่งสอดคล้องกับข้อค้นพบต่อมาคือ พ่อค้าคนกลางที่รับซื้อพันธุ์จากหน่วยงานรัฐมาขายต่อเข้าถึงแหล่งเมล็ดพันธุ์มากกว่า  ทั้งจากการแบ่งโควต้า และการประมูล 

อีกประการที่เป็นประการสำคัญ คือ ระบบควบคุมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวของภาครัฐ เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ทำหน้าที่ควบคุมในเรื่องการค้าขายเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยงานวิจัยระบุว่า ถึงแม้ว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายนี้จะควบคุมการไม่เอารัดเอาเปรียบต่อผู้บริโภค แต่จากการศึกษาประสบการณ์ของวิสาหกิจฯ พบว่า การขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมนั้น มีการควบคุมอยู่ 2 ด้านคือ 

  1. ด้านการค้าเมล็ดพันธุ์ เป็นในอนุญาตขายเมล็ดพันธุ์ควบคุม มีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่ในระดับจังหวัดหรือประจำจังหวัดคือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรต่อท้ายด้วยจังหวัด ทำหน้าที่ออกใบอนุญาตให้กับวิสาหกิจชุมชนที่เรียกสั้นๆว่าใบ พพ.4 
  2. ด้านการรวบรวมพันธุ์พืชควบคุม เป็นใบอนุญาตรวบรวมพันธุ์พืชควบคุม ซึ่งงานวิจัยระบุว่า “การเข้าถึง” หรือ “การขอยื่นคำขอใบอนุญาต” มีขั้นตอนที่ยุงยากมาและเกษตรกรต้องไปยื่นคำขอที่กรมวิชาการเกษตรที่กรุงเทพฯเพียงแห่งเดียว  ซ้ำขั้นตอนการขอต้องใช้เวลายาวนานมากและรายละเอียดมากคือ ตั้งแต่การขออนุญาตค้นหารหัสทางออนไลน์ กรอกใบสมัครทางออนไลน์ให้ทางเจ้าหน้าที่ดูก่อน จึงจะให้รหัสค้นหาใบสมัครจึงได้ทาการกรอกใบสมัครที่เป็นหนังสอยื่นคาขอ หลังจากนั้นก็ให้แจ้งจานวนพันธุ์ข้าวที่จะรวบรวมเพื่อจาหน่ายส่งไปตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิจัยข้าวแล้วนาผลวิเคราะห์ไปประกอบในการยื่นขอ ในขณะเดียวกันทางกรมวิชาการเกษตรจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจดู สถานที่เก็บ เครื่องมือ และลานตากเมล็ดพันธุ์ข้าว จึงจะทาการอนุมัติออกใบอนุญาตให้เป็นสถานที่รวบรวม พันธุ์พืชควบคุม ซึ่งเงื่อนไขนี้จะทำให้กลุ่มเกษตรกรหวั่นกลัวการโดนจับกุมกับการจัดทาธุรกิจการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีสัญลักษณ์หรือตราที่เป็นยี่ฮ้อของกลุ่มเกษตรกรเอง ขณะเดียวกันเมื่อเข้าถึงในการอนุญาตได้แล้วจะทาให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้นรวมไปถึงร้านจาหน่ายเมล็ดพันธุ์ และหน่วยงานรัฐ (งานวิจัยอ้าง - นักวิชาการเกษตรชานาญการให้ข้อมูล)

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะต่อการจัดการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์โดยวิสาหกิจชุมชน ในครั้งนี้แบ่งเป็นข้อเสนอ 2 ระดับ 

 ระดับนโยบาย 

    1. รัฐบาลควรมีนโยบายสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนที่มีความพร้อมด้านการจัดการธุรกิจ เมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ ที่มีการบริหารจัดการโดยองค์กรชาวบ้านอย่างจริงจัง 

    2.หน่วยงานภาครัฐในระดับพื้นที่ควรประเมินศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กร และ สนับสนุนองค์กรที่มีศักยภาพอย่างจริงจัง 

ระดับชุมชน

  •  1. การจัดการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์โดยวิสาหกิจชุมชน ต้องสร้างความเชื่อมั่นการยอมรับ การรู้จักแหล่งผลิตและจำหน่าย 
  • 2. การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของวิสาหกิจชุมชน ต้องมีเงื่อนไข มาตรฐาน และการตลาดที่ชัดเจน

==========

Comments
* The email will not be published on the website.