5 เทคนิคสื่อสารงานวิจัย


08 Sep
08Sep

5 เทคนิคสื่อสารงานวิจัย 

admin

 

คำว่า “งานวิจัยขึ้นหิ้ง”  เกิดขึ้นเพราะคนทั่วไปไม่ทราบว่า  หลังทำงานวิจัยจบ ความรู้ต่าง ๆ จะถูกอัดลงไปในเล่มรายงาน  และรายงานบางเล่ม จะถูกแปรสสภาพเป็นหนังสือ จัดพิมพ์ หรือ จำหน่ายจ่ายแจก บางเล่มที่ไม่ได้พิมพ์ ปลายทางก็จะอยู่บนหิ้ง ในมหาวิทยาลัย และหอในหอสมุด รอการศึกษาค้นคว้า  

ซึ่งถ้าดูจากกลุ่มงานวิจัยจะพบว่ามีงานวิจัยอยู่ไม่กี่แบบ  แบบแรกเรียกว่า Basic Research หรืองานวิจัยพื้นฐาน  ซึ่งเป็นกลุ่มงานวิจัยที่นักวิจัยรุ่นต่อ ๆ มาสามารถ review และนำไปศึกษา ต่อยอดได้โดยไม่ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เพราะมีคนนับหนึ่งไว้ให้แล้ว งานวิจัยอีกประเภทคือ การวิจัยประยุกต์ (Applied Research) เป็นงานวิจัยที่นำผลการดำเนินงานไปใช้แก้ไขปัญหา เช่น การแพทย์ เทคโนโลยี การเกษตร ฯลฯ  และงานวิจัยอีกประเภทคือ Action Research หรืองานวิจัยเชิงปฏิบัติการ  งานวิจัยลักษณะนี้คือการนำเอาผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder)  มาเป็นองค์ประกอบหลัก (ทีมวิจัย) ในการดำเนินงานวิจัย  

และโดยหลักการ ปลายทางของงานวิจัยทั้ง 3 แบบ ต้องไปอยู่บนหิ้ง รอให้นักวิจัยหน้าใหม่ ๆ ไปค้นคว้าหาไอเดียเพื่อต่อยอด  

แต่ระหว่างทาง งานวิจัยได้สร้างคุณูปการมากมายที่คนทั่วไปมักไม่รู้ (และคนแวดวงวิจัยก็ไม่ค่อยบอก) คือ  โดยแบบแรก สร้างคนแน่นอน เราได้นักวิชาการรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถทางวิชาการ กลุ่มนี้มักเป็นครูบาอาจารย์ นักศึกษาทั้ง ป.เอก ป.โท สำหรับแบบที่สอง ถ้าติดตามข่าวสารก็คงทราบว่ามีการคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ มากมายนับไม่ถ้วน  

ในส่วนของงานวิจัยแบบ  Action Research งานวิจัยแบบนี้ “ใครทำใครได้”  เพราะเจ้าของปัญหาต้องเป็นผู้ที่ต้องลงมาทำวิจัยด้วยตัวเอง เช่นงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ที่ชาวบ้านต้องมาเป็นนักวิจัย ศึกษาปัญหา และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากคนในชุมชนเพื่อให้เข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหา ซึ่งปัญหาจะถูกคลีคลายระหว่างดำเนินงานวิจัย หรือจนกระทั่งจบโครงการวิจัย  ส่วนความรู้ที่ได้จากการทำวิจัยและเขียนเป็นรายงาน ก็สามารถใช้เป็นแนวทางให้ชุมชนอื่นไปปรับใช้ได้  

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้คนเข้าใจผิดงานวิจัยทั้ง 3 รูปแบบคือเรื่อง “การสื่อสาร”  ที่ผ่านมาเรามักขาดการสื่อสารที่ทำให้คนไม่ได้อยู่ในแวดวงวิจัยรับรู้มากนัก หรือแม้แต่การสื่อสารในบางครั้งมักใช้ภาษาเทพ ฟังยาก กระทั่งมีคนเหน็บว่าถึงขั้นต้องปีนบันไดฟัง  

ในโพสต์นี้ Admin ขอถอดประสบการณ์จากคนทำงานด้านการสื่อสารงานวิจัย จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  เพื่อเป็นประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งโดยเฉพาะสำหรับนักวิจัยที่อยากจะเล่า “งานวิจัย” ของตัวเอง  

1.เลือก “กลุ่มเป้าหมาย” ที่นี่ไม่ได้หมายถึง “ประชาชนทั่วไป”   

เพราะทุกครั้งเวลาเรานึกถึงกลุ่มเป้าหมายในการสื่อสาร  พอนึกไม่ออกก็บอก “ประชาชนทั่วไป” ซึ่งอาจจะไม่ถูกนัก ที่นี่ จะวิเคราะห์ยังไง และใช้อะไรเป็นหน่วยวิเคราะห์  

แนะนำให้เริ่มดูจากเป้าหมายของโครงการวิจัย ว่าต้องการสร้างองค์ความรู้เรื่องอะไร เอาไปคลี่คลายปัญหาอะไร และคิดว่าหากจบโครงการวิจัยแล้ว ใครจะได้ประโยชน์จากงานวิจัยเรา ก็เอาตรงนั้นมาเป็นกลุ่มเป้าหมายในการสื่อสาร  

2.เมื่อได้กลุ่มเป้าหมาย สเต็บต่อมาก็คือ “จะบอกอะไร”  

 ตรงนี้คือเนื้อหา หรือ message ที่ต้องใช้ในการสื่อสาร และมักเป็นปัญหาเวลาที่จะดึงเรื่องราวจากโครงการวิจัยออกมาสื่อสาร เพราะส่วนใหญ่มองว่าเนื้อจากงานวิจัยมีประเด็นสำคัญเกือบทุก ๆ เรื่อง และบ่อยครั้งเราจึงนำเสนอในทุก ๆ ประเด็นจนขาดความน่าสนใจหรือ ไฮไลท์ของเรื่อง ดังนั้น วิธีการหา “จุดเด่น” ของเรื่อง อาจวิเคราะห์จากโจทย์วิจัย หรือปัญหาที่นำไปสู่การวิจัย เพื่อให้ผู้รับสารได้รับรู้ รับทราบสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น  ซึ่งการจะบอกอะไร หรือ สื่อสารอะไรออกไป คงต้องย้อนกลับไปดู “กลุ่มเป้าหมาย” ที่เราต้องการสื่อสาร เพื่อที่จะเกิดผลในข้อที่ 3  

3.สื่อสารเรื่องนี้ไปทำไม    

 ตรงนี้ก็สำคัญ เพราะมันเกี่ยวข้องกับข้อ 2 ซึ่งโดยหลักการแล้ว การสือสารทำหน้าที่ 3 อย่างคือ สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ และ สร้างการเปลี่ยนแปลง เราต้องกำหนดเป้าหมายของตัวเองให้ได้ว่าเราจะสื่อสารเรื่องนี่เพื่ออะไร รับรู้ เข้าใจ หรือ คาดหวังการเปลี่ยนแปลง  

4.ภาษาที่ใช้ 

เรื่องนี้ก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากศัพท์แสงทีใช้ นักวิจัย โดยเฉพาะกลุ่มเฉพาะทางมักใช้ศัพท์ทางเทคนิคค่อนข้างเยอะ หลายคนอื่น หรือ ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ต้องพยายามเขียนภาษาง่าย ๆ แบบไม่ต้องตีความหลายชั้น หรือกรณีทีต้องใช้ศัพท์เทคนิค อาจต้องมีการยกตัวอย่างหรือมีภาพประกอบ เพื่อความเข้าใจมากขึ้น   

5.วิธีการที่จะนำเสนอ 

 ตรงนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิค และทักษะการเขียนของแต่ละท่าน บางคนใช้เทคนิคการเขียบแบบเล่าสู่กันฟัง เล่าประสบการณ์ เขียนเป็นกึ่ง ๆ รายงานวิจัย ในเชิงให้ความรู้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นระหว่างที่เขียนต้องทบทวนปัจัจัยทั้ง 4 ข้อดังที่กล่าวมาข้างต้น

Comments
* The email will not be published on the website.