"แผนที่" : เครื่องมือของพ่อ เครื่องมืองานวิจัยเพื่อท้องถิ่น


06 Jul
06Jul

 

“ แ ผ น ที่ ”

เครื่องมือของพ่อ เครื่องมืองานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

มัสยา คำแหง

ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี

“......การพัฒนานั้นจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ และภูมิประเทศทางสังคม ในสังคมวิทยา คือนิสัยใจคอของคนเรา จะไปบังคับให้คนอื่นคิดอย่างอื่นไม่ได้ เราต้องแนะนำ เราเข้าไปช่วยโดยที่จะคิดให้เขาเข้ากับเราไม่ได้ แต่ถ้าเราเข้าไปแล้ว เข้าไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ แล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจหลักการของการพัฒนานี้ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง.....”  พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

กระแสพระราชดำรัสนี้หากจะนับว่า เป็นหัวใจของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ก็ไม่ผิดเลย เพราะงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น(Community Based Research:CBR) มีลักษณะสำคัญคือโจทย์เป็นของชุมชน เป็นข้อสงสัยหรือประเด็นที่คนในชุมชนต้องการจะค้นหาคำตอบ คนในชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้ทำวิจัย และมีปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งทั้งหมดนั้นจะใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research:PAR)ในกระบวนการวิจัยทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ชุมชนเพื่อกำหนดโจทย์การวิจัย การจัดทีมวิจัย การทบทวนศักยภาพและทุนเดิมในพื้นที่ การออกแบบการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล การทดลองปฏิบัติเพื่อสร้างรูปธรรมในการตอบโจทย์วิจัยหรือแก้ปัญหาในพื้นที่วิจัย การประเมินและสรุปบทเรียน เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นได้ใช้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถือได้ในการแก้ไขปัญหา พัฒนาตนเอง และพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน

ยิ่งไปกว่านั้น หลักการทรงงาน 23 ข้อของพระองค์ ก็เป็นเสมือนภาคบังคับของทั้งกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นและเครื่องมือในการวิจัยเพื่อท้องถิ่นเกือบทั้งหมด ดังเช่น จะทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบ เป็นการระเบิดจากภายใน คือการสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้เกิดความเข้าใจและอยากทำ มิใช่สั่งให้ทำ คำนึงถึงภูมิสังคม ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ ทำงานแบบองค์รวมโดยการคิดเชื่อมโยง ใช้การมีส่วนร่วม มีพื้นที่รูปธรรมเพื่อการเรียนรู้คือศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามพระราชดำริฯ

แผนที่ เครื่องมืองานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

ภาพคุ้นตาของประชาชนตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ในการทรงงานของพระองค์ คือ ภาพพระองค์ทรงถือ “แผนที่” ติดพระวรกาย ทรงศึกษาภูมิประเทศจากแผนที่อย่างละเอียด ทรงใช้แผนที่อธิบาย ซักถามประกอบการบันทึกข้อมูลต่างๆเพื่อสร้างความชัดเจนของข้อมูลและความเข้าใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบการวางแผนโครงการตามพระราชดำริ

 ในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น แผนที่ คือเครื่องมือที่สำคัญในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีกระบวนการตั้งแต่การเดินสำรวจพื้นที่จริงและการสัมภาษณ์จากผู้รู้ แล้วนำข้อมูลทั้งหมดลงบันทึกเป็นภาพวาด วัตถุประสงค์ของการทำแผนที่ไม่เพียงให้ได้ตัวแผนที่แสดงข้อมูล แต่ต้องให้นักวิจัยเกิดการสังเกต การมองภาพรวมอย่างเป็นระบบ เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลและเกิดการมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่นักวิจัยจะเลือกใช้ 3 ประเภท คือ

 1.แผนผังทรัพยากร

          - เป็นเครื่องมือแสดงลักษณะทางกายภาพและทรัพยากรธรรมชาติแต่ละประเภทที่มีอยู่ในชุมชนประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการเดินสำรวจพื้นที่กับคนในชุมชน

          - เป็นเครื่องมือแสดงขอบเขตพื้นที่ ชนิดและประเภทของทรัพยากร ตำแหน่งที่ตั้ง การกระจายตัวของทรัพยากร ทิศทางของทรัพยากร เช่น ทิศทางการไหลของสายน้ำ

          - เป็นเครื่องมือวิเคราะห์แบบแผนของระบบทรัพยากรและการใช้ประโยชน์ตลอดจนการจัดสรร การใช้ทรัพยากรของชุมชน

 2.แผนผังชุมชน

        - เป็นเครื่องมือที่แสดงถึงภาพรวมของชุมชนทางด้านสังคม เช่น สถานที่สำคัญในชุมชน เช่น วัด โรงเรียน บ้านผู้นำ ประปาหมู่บ้าน สุสาน ถนน

        - เป็นเครื่องมือที่แสดงถึง การปกครองในชุมชน แสดงกลุ่มต่างๆของคนในชุมชน และการรวมกลุ่ม หรือการเป็นสมาชิกในองค์กรต่างๆ เช่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มเครือญาติ กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ เป็นต้น

 3.ภาพตัดขวาง

       - เป็นเครื่องมือที่แสดงให้เห็นถึง ความสูงต่ำของภูมิประเทศในแต่ละพื้นที่ 

       - เป็นเครื่องมือที่ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ของระบบทรัพยากรและการใช้ประโยชน์ ในภูมิประเทศนั้น

       - เป็นเครื่องมือแสดงให้เห็นถึง การจัดสรรพื้นที่ ในการอยู่อาศัย  ระบบการเพาะปลูกทั้งบนที่สูงและที่ราบ พื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติและป่าชุมชน แหล่งอุตสาหกรรมและแสดงทางไหลของน้ำตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ "แผนที่" เป็นทั้งเครื่องมือและกระบวนการในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่นักวิจัยนำมาใช้ได้เกิดผลตามหลักการตามแนวพระราชดำริ ในการทำงานพัฒนา คือ...แผนที่ ทำให้เกิดความ เข้าใจ  เพราะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงกันและครบถ้วน ทั้งจากการสำรวจ สัมภาษณ์  ถ่ายทอดลงในแผนที่เดียวกันให้เห็นทุกมิติ สามารถวิเคราะห์เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ แผนที่ ทำให้เกิดการ เข้าถึง เพราะการที่นักวิจัยและชุมชนมีส่วนร่วมในการเก็บข้อมูลและกระบวนการทำแผนที่ มีการสื่อสาร แสดงความคิดเห็นกันตลอดเวลา ทำให้นักวิจัยและชุมชนเกิดความเข้าใจและความเชื่อมั่นใจในตัวเอง พร้อมที่จะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชน

แผนที่ ทำให้เกิดการ พัฒนา คือ ในกระบวนการทำให้นักวิจัยและชุมชนเกิดการเรียนรู้ เกิดการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ของชุมชน จนสามารถปฏิบัติการตามแผนงานที่วางไว้ และยังสามารถนำศักยภาพที่เกิดขึ้นสู่การพัฒนาในด้านอื่นๆของชุมชนต่อไปได้

  

+++++++++++

Comments
* The email will not be published on the website.