"เครือข่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น พลังสร้างสรรค์เมืองน่าน"


24 Aug
24Aug



เครือข่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น
พลังสร้างสรรค์เมืองน่าน


อภิสิทธิ์ ลัมยศ

ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จังหวัดน่าน


++++

จังหวัดน่าน เป็นพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ ร้อยละ 87 เปอร์เซนต์ ของพื้นที่เป็นภูเขา และมีที่ราบร้อยละ 13  ในจำนวนนี้มีพื้นที่ป่าไม้ 8,393 ตารางกิโลเมตร หรือ 5,245,625 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 69 ของพื้นที่ทั้งหมด

ปัจจุบัน (2561) พื้นที่ป่าเมืองน่านหายไปประมาณ 28 % ของพื้นที่ป่าทั้งหมด  และมีแนวโน้มลดลง เหล่านี้มีผลมาจาก การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรที่สัมพันธ์กับความต้องการในการใช้ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า   และเมื่อบวกรวมกับการสนับสนุนให้มีการปลูกพืชเชิงเดียวทั้งในอดีต และกำลังจะเกิดขึนในอนาคต  อาจทำพื้นที่ป่าในจังหวัดน่านเดินทางไปสู่จุดวิกฤติ

ไม่เฉพาะแค่ป่าไม้ลดลง จากตัวเลขของสำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน (2559) ระบุว่า  จังหวัดน่านมีการใช้สารเคมีด้านการเกษตรมีปริมาณสูงถึงปีละ 2,400,000 กิโลกรัมต่อปี และจากสุ่มตรวจปลาในแม่น้ำ พบสารเคมี ไกลโฟเซต ซึ่งเป็นยาฆ่าหญ้าชนิดดูดซึม มีปริมาณสูงกว่า 10,000 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ที่สำคัญคือมีปริมาณความเข้มข้นที่เกินค่ามาตรฐาน

คำถามสำคัญคือ....จะคลี่คลายปัญหาเมืองน่านได้อย่างไร 

----------





สร้างกลไกประสานงานและสนับสนุนงานวิจัย

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝายวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่ให้การสนับสนุน “คนน่าน” ได้ใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือในการคลีคลายปัญหา ด้วยการสนับสนุน ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จังหวัดน่าน เพื่อให้เป็นกลไก ประสานงาน และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นจังหวัดน่าน  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 พร้อมกับวางยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการดำเนินงาน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาในพื้นที่จังหวัดน่านไว้ 4 ด้าน คือ 1) ส่งเสริมให้ชุมชนในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้ใช้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นเครื่องมือ ในการค้นหาทุนและศักยภาพที่มีอยู่ในชุมชนในการแก้ไขปัญหาของตนเอง เพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชน  2) ชุมชนสามารถจัดการและพัฒนา “ทุน” ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่ชุมชนที่มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้ 3) พัฒนาต่อยอดพื้นที่งานวิจัยเดิมให้เป็นพื้นที่ต้นแบบและเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ในรายประเด็น และ 4) การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรภาคีต่าง ๆ ในการเชื่อมประสานการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นด้านทรัพยากรธรรมชาติ ภัยธรรมชาติ ความมั่นคงทางอาหาร   รวมถึงการเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมประสานการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นร่วมกันของหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเชิงประเด็นคือ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและประเด็นความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของจังหวัดน่าน

โดยบทบาทของศูนย์ประสานงาน จะเป็นผู้สนับสนุน อำนวยความสะดวกในการทำวิจัยของชุมชนพื้นที่ ตั้งแต่การพัฒนาให้เกิดข้อเสนอโครงการ ด้วยการเข้าไปร่วมพัฒนาโจทย์ ทำอย่างไรปัญหาที่ชุมชนเสนอมาเป็นปัญหาที่มีความคมชัด เป็นปัญหาที่ตอบต่อทุกข์และค้นหารากเหง้าและสาเหตุแห่งทุกข์ของชุมชนได้ การให้แนวคิดและเครื่องมือในกระบวนการเก็บข้อมูล การนำข้อมูลมาช่วยกันวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุและการวิเคราะห์ศักยภาพของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การหาแนวทางในการจัดการกับปัญหา การสรุปและถอดบทเรียนที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและปฏิบัติการเพื่อให้เห็นความรู้ที่เกิดจากกระบวนการทำงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นว่าเมื่อทำแล้วก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกับชุมชนวิจัยในด้านการเรียนรู้ และจัดการกับปัญหา การส่งเสริมให้มีการแปรผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ


สร้างพื้นที่ต้นแบบ

ซึ่งผลการดำเนินของศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดน่าน ทำให้เกิดโครงการวิจัยที่ดำเนินงานโดยชาวบ้าน จำนวน 49 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่เกือบทุกอำเภอในจังหวัดน่าน   โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ต้นแบบในการอนุรักษ์และฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ “อำเภอบ่อเกลือ” คือ ตำบลดงพญา กระทั่งนำไปสู่การจัดทำข้อบัญญัติชุมชนว่าด้วยการจัดการทรัพยากร และขยายแนวคิดไปยังพื้นที่อีก 3 ตำบลในอำเภอบ่อเกลือ คือ ตำบลบ่อเกลือใต้ ตำบลบ่อเกลือเหนือ และตำบลภูฟ้า ซึ่งมีฐานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นรองรับอยู่ และสุดท้ายในภาพรวมของอำเภอบ่อเกลือ คือ การจัดตั้งสมาคมคนต้นน้ำ ซึ่งเป็นการรวมพลังของเครือข่ายงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือและผู้นำชุมชน ตลอดจนชาวบ้าน ที่ร่วมกันปกป้อง อนุรักษ์ฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติและความมั่นคงทางอาหาร

และรางวัลโครงการวิจัยเด่น ประจำปี 2558 และปี 2559 ที่โครงการวิจัยพื้นที่ตำบลดงพญาได้รับก็เป็นเครื่องหมายการันตีได้ว่าชุมชนมีความแข็งขันที่จะร่วมกันปกป้องและรักษาผืนป่าได้อย่างน่าชื่นชม


สร้างคนรุ่นใหม่

นอกจากจะมีการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในระดับชุมชนแล้ว ในปี 2557 ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดน่าน ได้ร่วมกับมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ ดำเนินโครงการ “เสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายเยาวชน จังหวัดน่าน” เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ ให้เติบโตมาเป็น “พลังของเมือง”  โดยเปิดโอกาสให้เยาวชน ได้เรียนรู้เรื่องราวของชุมชนผ่านการทำโครงงาน  ซึ่งกระบวนการภายใต้โครงการดังกล่าว ทำให้เยาวชนสามารถเชื่อมโยงตัวเอง ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน กระทั่งเกิดสำนึกที่จะสืบสาน สืบทอด และร่วมดูแล ในฐานะที่เป็นพลเมืองรุ่นใหม่ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเมืองน่าน  ทั้งนี้ การดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชนในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา ได้เกิดแกนนำเยาวชนในพื้นที่ ทั้งหมด 252 คน คนในชุมชน 987 คน กรรมการโครงการ 12 คนและที่ปรึกษาโครงการจำนวน 52 คน โดยมีประเด็นที่สำคัญ คือ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สังคมวัฒนธรรม เกษตรสัมมาชีพ และการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหมด 43 โครงการ

ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น ได้ก่อให้เกิดคุณลักษณะพลเมือเยาวชนจังหวัดน่าน โดยเฉพาะเรื่องของการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของเยาวชนในศตวรรษที่  21  มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ มีศักยภาพในการบริหารจัดการ มีทักษะในด้านการสื่อสาร ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นได้ มีทักษะความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เคารพในความเท่าเทียมกันของคนต่างวัฒนธรรม และสิ่งสำคัญคือ การมีสำนึกพลเมืองที่มีความภูมิใจในรากเหง้าของตนเองและสำนึกรักษ์ถิ่นฐานบ้านเกิด...น่านบ้านฉัน ซึ่งปัจจุบันมี  “เครือข่ายเยาวชนเมืองน่าน”  ที่จะเข้ามาเป็นกลไกขับเคลื่อนและพัฒนาเมืองน่านต่อไปในอนาคต

           

สร้างภาคีเครือข่าย

ประเด็นสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดน่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การลดลงของพื้นที่ป่า การเปลี่ยนแปลงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ ความมั่นคงทางอาหารของชุมชน รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ภัยพิบัติต่าง ๆ ถือเป็นประเด็นร่วมของคนเมืองน่าน คนภาคเหนือ และปัญหาระดับประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินการทำงานร่วมกันขององค์กรภาคีต่างๆ ทั้งในจังหวัดน่านและภาคีภายนอก  ซึ่งหากมองเชื่อมโยงทั้งในด้านสถานการณ์จังหวัด ต้นทุนความรู้ ต้นทุนพื้นที่การดำเนินงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ดังที่กล่าวมาข้างต้น  สิ่งที่ยังเป็นช่องว่างของปัญหาที่ยังไม่ถูกแก้ไข คือขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และการขาดการยอมรับในองค์ความรู้ท้องถิ่น ของหน่วยงานในพื้นที่

ซึ่งจากการดำเนินงานในระยะ 7  ปีของศูนย์ประสานงานวิจ้ยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดน่าน พบว่า นอกจากองค์ความรู้ของชุมชน องค์ความรู้ใหม่จากภายนอก พลังของคนรุ่นใหม่อย่างเด็กและเยาวชนที่กำลังก่อร้างสร้างตัว สิ่งหนึ่งที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนเมืองน่านไปสู่ความเป็นเมืองที่สมบูรณ์ได้คือกลไกสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่ โดยเข้ามาร่วมเป็น “ดอกไม้หลากสี” ในแจกันเดียวกัน

ผลสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบที่ตำบลบ่อเกลือเป็นภาพที่ชัดเจนทีสุด ชุมชนเป็นเจ้าของปัญหา ทำหน้าที่เก็บรวมรวมข้อมูล จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์่ร่วมกัน  นำข้อมูลเสนอต่อหน่วยงานที่เกียวข้องในการแก้ไขปัญหาแต่ละด้าน ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ดูว่ามีบทบาท และภารกิจนั้นอย่างไร

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการ “เกาถูกที่คัน”  เพราะเป็นการเข้าไปคลี่คลายปัญหาที่ชุมชนต้องการ

ดังนั้นเป้าหมาย การขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในปี 2561-2564  ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จึงได้วางยุทธศาสตร์และเป้าหมายของการทำงาน คือ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน น้ำ ป่า ) และความมั่นคงทางอาหาร บนความหลากหลายทางนิเวศวัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดน่าน ในประเด็นการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน น้ำ ป่า )และความมั่นคงทางอาหาร ได้แก่  กศน.น่าน พอช.น่าน สำนักงานชลประทานจังหวัดน่าน ทรัพยากรจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัด รวมถึงเชื่อมการทำงานกับการขับเคลื่อน Thailand 4.0 SDG ยุทธศาสตร์ชาติ  ยุทธศาสตร์จังหวัด ทั้งนี้เพื่อให้เกิดเห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน การขับเคลื่อนงาน เครื่องมือและชุดความรู้ ซึ่งจะก่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่จังหวัดน่านที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต ภายใต้คำว่า “ประชาคมน่าน รู้จักรากเหง้าของชุมชนและสำนึกรักษ์ถิ่นฐานบ้านเกิด”

++++++++++

Comments
* The email will not be published on the website.