อีสาน...ในรอบปี 2559


27 Jun
27Jun

อีสาน...ในรอบปี 2559

โฉมสุดา สาระปัญญา[1]

  

         จากกระแสการพัฒนาที่มุ่งให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ภาคอีสานไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ด้านพลังงาน การขยายตัวของการพัฒนาพื้นที่เขตเมือง การจัดการทรัพยากร การเข้าไม่ถึงโอกาสและทรัพยากรของกลุ่มคนชายขอบ/คนเล็กคนน้อย นโยบายของรัฐ รวมถึงกระแสการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความสัมพันธ์ของคนในชุมชน

 

 

ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังรุกคืบนั้น ในปี 2559 สกว.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ได้สนับสนุนให้เกิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคอีสานเพื่อสร้างคน สร้างความรู้และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับชุมชนสังคมภายใต้การหนุนเสริมของศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จำนวน 68 โครงการ (นับรวมโครงการศูนย์ประสานงาน) ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการ ได้แก่ จังหวัดเลย ขอนแก่น หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมาและกรุงเทพมหานคร และหลากหลายประเด็นปัญหาตามบริบทพื้นที่ เช่น การท่องเที่ยว การจัดการน้ำ เด็กและเยาวชน วัฒนธรรม พุทธธรรมกับการจัดการป่า เกษตร พลังงาน ความสัมพันธ์ข้ามแดน และคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นต้น โดยสามารถสรุปผลการดำเนินงานสำคัญๆ ได้ดังนี้

 

1. ประเด็นการสร้างพื้นที่ สร้างโอกาสให้คนเล็กคนน้อย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่เปิดพื้นที่ สร้างโอกาสให้คนเล็กคนน้อยได้มีพื้นที่ศึกษาหาความรู้และแก้ไขปัญหาของตนเอง โดยเฉพาะคนพิการที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงและพื้นที่ในการแสดงศักยภาพ ที่ผ่านมา สกว.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่นได้ให้การสนับสนุนประเด็นคนพิการมาโดยตลอด มีพื้นที่ปฏิบัติการที่สำคัญๆ คือ จังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ ซึ่งผลจากกระบวนการวิจัยได้ทำให้คนพิการส่วนหนึ่งมีงานอาชีพและรายได้เป็นของตนเอง กลายเป็นที่พึ่งหลักของครอบครัวและขยายผลแนวคิดไปสู่คนพิการอื่นๆ ประเด็นสำคัญคือ แนวคิดการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปจากการมองตนเองในฐานะที่เป็น “ผู้รับ” มาเป็น “ผู้ให้” แก่ชุมชนสังคม และนำไปสู่การขยายผลการดำเนินงานให้กับเครือข่ายกลุ่มผู้ปกครองคนพิการในเขตกรุงเทพมหาคร นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้พัฒนาตนเองโดยการยกระดับเป็นพี่เลี้ยงงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นและนำพาความรู้ที่มีไปพัฒนาให้เกิดโครงการวิจัยในระดับพื้นที่อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 โครงการ

 

 

2. ประเด็นการจัดการน้ำและมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดชัยภูมิ มีเป้าหมายเพื่อการบริหารจัดการน้ำที่สอดคล้องกับเงื่อนไขพื้นที่และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ดังนี้

 พื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี มีการเคลื่อนงานใน 2 ประเด็น คือ 1) การพัฒนาระบบและกลไกการจัดการน้ำภายใต้ความร่วมมือของ 4 องค์กร คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และ สกว.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่นผ่านทางศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี จนเกิดกลไกการดำเนินงานระดับพื้นที่ เกิดการต่อยอดการดำเนินงานและเกิดการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ และ 2) การตั้งรับปรับตัวของชุมชนภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของลุ่มน้ำโขง ด้วยระบบนิเวศอันหลากหลายก่อเกิดวิถีชีวิตและความผูกพันของคนริมโขงที่ต้องแปรเปลี่ยนตามสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทั้งจากธรรมชาติและการจัดการของมนุษย์ นำมาสู่การหาวิธีการตั้งรับและปรับตัวเพื่อปรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว 

-   พื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ที่มีฐานทุนเดิมที่ขับเคลื่อนงานมิติพุทธธรรมและนำมาเป็นฐานการทำงานที่สำคัญเพื่อแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ ซึ่งผลการดำเนินงานในเบื้องต้น พบว่า ประเด็นเกษตรอินทรีย์และภูมิปัญญาในพื้นที่ลุ่มน้ำลำปะทาวตอนต้น ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งผลให้ลำน้ำลำปะทาวบริเวณต้นน้ำลำปะทาวหมู่ที่ 11 ตำบลท่ามะไฟหวาน สะอาดขึ้นและเป็นแหล่งน้ำประปาของหมู่ที่ 1 อันเป็นต้นแบบสำคัญของการอนุรักษ์น้ำเพื่อการใช้อุปโภคบริโภค เป็นต้น

 

-   พื้นที่จังหวัดอุดรธานี ที่เน้นพัฒนาความรู้ของชุมชนให้เท่ากันกับนโยบายของรัฐ สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อปรับตัวจากการขยายตัวของเมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวง ซึ่งผลดำเนินการนั้น เกิดชุมชนวิจัยและการเชื่อมร้อยภาคีเครือข่ายงานวิจัยลุ่มน้ำห้วยหลวงภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและเศรษฐกิจสังคมและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการติดตามโครงการพัฒนาของรัฐและเอกชนที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่หนองแดและเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาได้อย่างทันสถานการณ์ เช่น การออกโฉนดโดยมิชอบของหมู่บ้านจัดสรรเอกชน การจัดการน้ำเสียและผลกระทบจากหมู่บ้านจัดสรรของเอกชน การจัดทำโครงการขุดลอกของ อบจ. ซึ่งชุมชนได้นำเสนอข้อมูลต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดจนนำมาสู่การประชุมแก้ไขปัญหาร่วมกัน เป็นต้น

 

3. ประเด็นวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ทางสังคม/ความสัมพันธ์ของคนชายขอบ อันเนื่องมาจากกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายนอกและภายในที่ทำให้ชุมชนต้องตั้งรับและปรับตัว ภายใต้ประเด็นการเคลื่อนงาน คือ

 -   การพัฒนาศักยภาพชุมชนบนฐานวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดหนองคายในการพัฒนาศักยภาพคุณภาพชีวิต ชุมชนท้องถิ่น และองค์กร/หน่วยงานในพื้นที่และหาทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันของชุมชนท้องถิ่น เกิดผลการดำเนินงานที่สำคัญ คือ องค์การบริหารส่วนตำบลเซิมนำผลการวิจัยไปขยายผล ใช้งบประมาณ 50,000 บาท ขุดลอกห้วยเซิมตอนบนเพื่อแก้ไขปัญหาการไหลของน้ำและจัดทำข้อบัญญัติในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะประโยชน์ริมฝั่งห้วยเซิม เทศบาลตำบลเฝ้าไร่ต่อยอดงานวิจัยโดยการขุดลอกฝายบ้านเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำ (59,400 ลูกบาศก์เมตร) กำจัดตะกอนดินโคลนและทำการสร้างประปาบาดาลในพื้นที่หมู่ที่ 11 บ้านภูเงิน หมู่ที่ 10 บ้านมีชัยเพื่อใช้ร่วมด้วย รวมถึงการทำเทศบัญญัติในการพัฒนาพื้นที่แหล่งน้ำดิบไว้ในปีงบประมาณ 2559 

-   ความสัมพันธ์ข้ามแดน/ความสัมพันธ์ทางสังคมบนฐานวัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ และประเทศกัมพูชา เป็นผลจากนโยบายความมั่นคงของรัฐ สถานการณ์ที่ตึงเครียดระหว่างชายแดน ผนวกกับการเป็นประชาคมอาเซียน ชุมชนชายแดนกลายเป็นศูนย์รวมของกลไกอำนาจรัฐและกลุ่มทุน ขณะที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ อำนาจและโอกาสในการจัดการตนเอง เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้ความสัมพันธ์อันดีงามและความเป็นเครือญาติของคนสองฝั่งถูกแยกขาดจากกัน ภายใต้สถานการณ์ปัญหาดังกล่าวนำมาสู่การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของคนสองฝั่งชายแดนบนฐานความสัมพันธ์ทางเครือญาติและพิธีกรรมที่ยึดถึอร่วมกัน

 

4. ประเด็นการท่องเที่ยว ที่ดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเลย เพื่อรองรับกระแสการท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัด โดยคนในชุมชนท้องถิ่นร่วมกันหาวิธีการและการจัดการท่องเที่ยวที่สอดคล้องเหมาะสมภายใต้เงื่อนไขทุน โอกาสและศักยภาพของพื้นที่ บนฐานการจัดการผลประโยชน์ร่วมกันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกระบวนการดำเนินงานก่อให้เกิดภาคีเครือข่ายการทำงานและเกิดการต่อยอดการทำงานในพื้นที่ เช่น การสนับสนุนขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ร่วมกับ อบจ. ดำเนินโครงการการเพิ่มศักยภาพชมรมเรือและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางเรือที่ยั่งยืนในแม่น้ำโขง ทำให้เกิดเส้นทางการท่องเที่ยวในแม่น้ำโขงตั้งแต่เชียงคานถึงพระใหญ่ (ปากเหือง) ในด้านความร่วมมือที่ผ่านมาระหว่างกลุ่มชาวประมงเชียงคานกับเครือข่าย พบว่า องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ได้มีการเข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพชมรมเรือและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงทางเรือที่ยั่งยืน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ด้านผู้ประกอบการปัจจุบันมีผู้ประกอบการด้านทัวร์ คือ ไกด์ และทัวร์ที่มีการนำโปรแกรมการท่องเที่ยวทางเรือโดยกลุ่มประมง ไปขายให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งที่ผ่านมามีหลายกลุ่ม รวมถึง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนด้านงบประมาณให้กับ อพท. และกำลังจัดหาแพสำหรับเทียบเรือประมง และแพพัก ในจุดระหว่างทาง เป็นต้น

 

5. ประเด็นอธิปไตยทางอาหาร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรอินทรีย์กับการพึ่งตนเอง ซึ่งได้มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ความรับผิดชอบของศูนย์ประสานงาน จำนวน 2 แห่ง คือ

-   ชุดโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนภาคอีสานตอนกลาง จังหวัดมหาสารคาม ที่ครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก คือ (1) การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และคัดเลือกพันธุกรรมพื้นบ้านที่เหมาะสมกับระบบนิเวศน์ วิถีการผลิต (2) การพัฒนาคนรุ่นใหม่ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน (3) การค้นหาช่องทางตลาดที่เหมาะสม ปลอดภัย และเป็นธรรม และ (4) การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตข้าวจากฐานความรู้และภูมิปัญญาของชุมชน โดยทั้ง 4 ประเด็นเป็นประเด็นที่สัมพันธ์กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารโดยตรง ภายใต้ประเด็นการทำงานทำให้สามารถพัฒนาโครงการย่อยที่ชาวบ้านเป็นนักวิจัย จำนวน 16 โครงการ ที่สามารถนำคลี่คลายปัญหาเรื่องการนำวิจัยไปสู่การขับเคลื่อนทางสังคม โดยมีพื้นที่ปฏิบัติการครอบคลุมจังหวัดยโสธร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ดและขอนแก่น

 -   ชุดเกษตรอินทรีย์กับการพึ่งตนเองของชุมชนชาวนา จังหวัดยโสธร ที่เน้นการใช้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นหนุนชุมชนขยายพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์และเชื่อมโยงกับเรื่องทรัพยากร สังคม เศรษฐกิจ สุขภาพและการศึกษาในคนทุกระดับ ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้เกิดการสร้างคน สร้างพื้นที่ต้นแบบ รวมถึงเกิดองค์ความรู้หรือข้อค้นพบในการทำเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้
การขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่ายยังช่วยให้เกิดระบบการค้าข้าวอินทรีย์ให้กับผู้บริโภคและผู้ค้าส่งทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ เกิดเป็นต้นแบบให้หลายพื้นที่เข้ามาศึกษาดูงานและกลายเป็นนโยบายการพัฒนาของภาคส่วนจังหวัดอย่างต่อเนื่องตามวิสัยทัศน์จังหวัดที่ว่า “ยโสธรเมืองแห่งวิถีอีสาน เกษตรอินทรีย์ก้าวไกลสู่สากล” เกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มผู้ผลิตข้าว ขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล จำนวน 10 กลุ่ม 

6.  ประเด็นเด็กและเยาวชนกับกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม โดยเน้นกลุ่มเด็กและเยาวชนให้เข้ามาเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการพัฒนา สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติการจริงตามบริบทแวดล้อม ตลอดจนการระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานในพื้นที่ สร้างกระบวนการทำงานแบบบูรณาการ และเป็นต่อยอดการทำงานในระดับพื้นที่เพื่อผลักดัน ขับเคลื่อนให้เกิดแรงกระเพื่อมในระดับนโยบาย

 

-   การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านปฏิบัติการจริงในพื้นที่ที่สอดรับปัญหาและความต้องการ โดยมุ่งไปที่การพัฒนาบุคลากรที่เน้นการจัดกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับการวิจัยเพื่อท้องถิ่นแก่ทีมวิจัย การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน/ชุมชนในพื้นที่เป้าหมายโดยใช้กระบวนการและประเด็นการเรียนรู้ที่หลากหลาย มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง การติดตามหนุนเสริมและสรุปบทเรียน การสื่อสารสาธารณะและการขยายผล

 

-   เด็กและเยาวชนกับกระบวนการพัฒนา ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู โดยเน้นสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน และสร้างกลไกภาคีเครือข่ายเพื่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนงาน ภายใต้ประเด็นการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของเด็กและเยาวชนด้วยบุญประเพณีท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของภาคีชุมชนเขตเทศบาลกุดดินจี่เพื่อเสริมสร้างบทบาทเยาวชนในการพัฒนาท้องถิ่น การทำงานกลไกชุมชนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มเด็กและเยาวชน การมีส่วนร่วมของชุมชนกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่กึ่งเมืองเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของเด็กและเยาวชน และการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กและเยาวชน

 

7. ประเด็นพลังงานทางเลือก ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นหนึ่งในหลายจังหวัดตามแผนการขุดเจาะ แต่ประชาชนไม่รับรู้ รับทราบนโยบายดังกล่าวเท่าที่ควร อีกทั้ง กระบวนการสำรวจขุดเจาะยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและอื่นๆ เช่น การขายที่ดิน มลภาวะเป็นพิษ หรือกรณีการขุดเจาะแก๊สที่ ต.หนองกุง อ.เมือง
จ.กาฬสินธุ์ ที่ชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือนได้รับผลกระทบจาก “แก๊สไข่เน่า” (ไฮโดรเจนซัลไฟด์) ทะลักจากบ่อ ฟุ้งกระจายไปทั่ว หลายคนเจ็บคอ หลายคนต้องเข้าโรงพยาบาลแต่กลับไม่ได้รับการเยียวยาจากบริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ซึ่งผลจากการดำเนินงานดังกล่าว นำมาสู่การพัฒนาศักยภาพชุมชนให้สามารถนำกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นไปใช้แก้ไขปัญหา เกิดชุมชนต้นแบบและถ่ายทอดไปยังชุมชนอื่นได้ เช่น เกิดแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานที่สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้สนใจ ได้แก่ โรงเรียนหัวหินวัฒนาลัย ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก หรือ เกิดองค์ความรู้การประหยัดและการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในครัวเรือน ชุมชนและโรงเรียน และเกิดเทคโนโลยีที่เหมาะสมด้านพลังงานในท้องถิ่นในขั้นเริ่มต้น เช่น เตาประหยัดฟืน เตาประหยัดถ่าน การผลิตแก๊สชีวภาพด้วยเศษอาหาร การใช้โซลาเซลล์เพื่อเกษตรกรรมและในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

 

8.ประเด็นสถาบันการศึกษากับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นก็คือ การสร้างนักวิชาการเพื่องานวิจัยท้องถิ่น ซึ่งเน้นไปที่กลุ่มนักวิชาการในสถาบันการศึกษาให้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการวิจัย ร่วมปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่นตามสภาพบริบทพื้นที่โดยการบูรณาการความรู้ภายในท้องถิ่นผสานกับความรู้ภายนอก สามารถนำประสบการณ์ที่ได้มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยประเด็นที่ทางสถาบันการศึกษาให้ความสำคัญ ได้แก่

 

-   ประเด็นข้าว-ปลา-นา-น้ำ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ของจังหวัดและแนวทางการเคลื่อนของมหาวิทยาลัย ภายใต้การทำงานของศูนย์ส่งเสริมนักวิชาการเพื่องานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดมหาสารคาม ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาและยกระดับองค์ความรู้การพัฒนาเชิงพื้นที่ ผลักดันเชิงนโยบายท้องถิ่นสู่การพัฒนาเชิงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม การพัฒนาศักยภาพนักวิชาการเพื่อรับใช้สังคม พัฒนาระบบสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในสถาบันการศึกษา และสังเคราะห์ชุดความรู้การวิจัยเพื่อท้องถิ่นในสถาบันอุดมศึกษา พัฒนาเป็นความรู้ทางเลือกที่เหมาะสมกับชุมชนท้องถิ่นและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาชุมชนบนฐานแนวคิดที่การกำหนดโจทย์วิจัยต้องมาจากชุมชน ผลการดำเนินงาน พบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายระดับทั้ง 1) ระดับชุมชน ที่นักวิจัยชุมชนเกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงาน เกิดแนวคิดและกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว ชาวบ้าน/ผู้นำมีทักษะและกระบวนการในการตั้งคำถาม แสวงหาคำตอบเพื่อนำมาสู่การแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น 2) ระดับนักวิชาการ เกิดทักษะและความรู้ในการทำงานร่วมกับชุมชน สามารถบูรณาการความรู้ท้องถิ่นเข้ากับความรู้เชิงวิชาการและนำเอาประสบการณ์จากการดำเนินโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นมาประยุกต์และสอดแทรกลงในเนื้อหาการเรียนการสอน และ 3) ระดับนิสิต เกิดการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ความรู้จากชุมชนบูรณาการเข้าสู่เนื้อหาในชั้นเรียน ทำให้นิสิตกระตือรือร้นในการเรียนผ่านการปฏิบัติจริงในชุมชน

 

-   การเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาระบบและกลไกการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในสถาบันการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนครที่เกิดโครงการวิจัย จำนวน 6 โครงการ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์มีโครงการวิจัย จำนวน 3 โครงการ และมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี โดยสถาบันการศึกษาทั้ง 3 แห่งที่มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นโดยใช้เครื่องมือการวิจัยเพื่อท้องถิ่น ผลักดันให้เกิดการบูรณาการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นไปสู่ภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย พัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นในมหาวิทยาลัยและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นผ่านกระบวนการวิจัยชุมชน

 

-   การนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาใช้ในกระบวนการพัฒนาชุมชนผ่านกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นใน 4 พื้นที่ ภายใต้ประเด็นการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า การบริหารจัดการน้ำโดยเฉพาะภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในช่วงหน้าแล้งของทุกปีจนเกิดปัญหาการแย่งน้ำโดยเฉพาะในภาคการเกษตร ปัญหาเศรษฐกิจของชุมชนที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยเฉพาะการก่อหนี้สินและการบำบัดรักษาโรคด้วยวิธีการตอกเส้นที่เป็นภูมิปัญญาด้านการรักษาแต่ขาดการยอมรับจากคนในชุมชน

 

แม้ว่าศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคอีสาน จะได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลาหลายปี แต่ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานยังไม่สามารถนำไปสู่การผลักดันในเชิงนโยบายได้ ทางผู้ประสานงานและผู้ช่วยผู้ประสานงานจึงมาร่วมกันคิดหาวิธีการ/กลไกการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อน ในเบื้องต้นได้มีการวางเป้าหมายร่วมกัน คือ ชุมขนกับการจัดการตนเอง ภายใต้กระบวนการ/วิธีการที่สำคัญ คือ การสืบค้นหาทุนเดิมที่มีอยู่ของแต่ละพื้นที่โดยการ mapping พื้นที่/ประเด็น/ศักยภาพ การทำงานเชื่อมกับภาคีเครือข่าย
การพัฒนาคุณภาพงานวิจัย การผลักดันเชิงนโยบาย การยกระดับไปสู่การเป็นสถาบันทางปัญญาชุมชนท้องถิ่น และการสื่อสารสาธารณะ/การสื่อสารสังคม ที่ขับเคลื่อนบนฐานความรู้โดยมีงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างกระบวนการการเรียนรู้ของคนในชุมชนท้องถิ่น

  

++++++++++

 

  
 

[1] เจ้าหน้าทีโครงการภาคอีสาน

   

Comments
* The email will not be published on the website.