ฟื้นประวัติศาสตร์นางเลิ้ง ต่อลมหายใจวิถีย่านเก่ากลางกรุง


21 May
21May

 

            ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้มีแนวโน้มที่จะนำกระบวนทัศน์ของ “ทฤษฎีการพัฒนาทางเลือก” เข้ามาใช้ในการพัฒนาชุมชนเมืองมากยิ่งขึ้น โดยที่ชุมชนเมืองในตะวันตกนั้นมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเมืองตามแนวทางของ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยมี “ชุมชนเมืองที่ยั่งยืน” เป็นผลผลิตที่เป็นรูปธรรมจากแนวคิดการพัฒนา 

ขณะที่ประเทศไทยนั้น การพัฒนานับตั้งแต่หลังวิกฤติเศรษฐกิจใน ปีพ.ศ.2540 เป็นต้นมา มีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการพัฒนามาสู่การพัฒนาทางเลือกตามแนวทางของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มากยิ่งขึ้น ซึ่งความยั่งยืน ก็ คือ ความพอเพียง หากแต่ยังมิได้ปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ในชุมชนเมือง เฉกเช่นชุมชนเมืองที่ยั่งยืนในตะวันตก หรือ ถ้ามีก็เป็นเพียงจำนวนน้อย ไม่เพียงรองรับการเปลี่ยนแปลง  

ภายใต้แนวทางและกระบวนการคิดคล้ายกันนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดย ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น จึงให้การสนับสนุนการวิจัยแก่ “คนย่านนางเลิ้ง” และกลุ่มของคนรุ่นใหม่นามว่า TRAWELL THAILAND กลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งมีแนวคิดและมีเป้าหมายคล้ายกัน ที่อยากจะบันทึกข้อมูล “ประวัติศาสตร์นางเลิ้ง” พร้อมทั้งฟื้นฟูย่านนางเลิ้งให้กลับมารุ่งเรือง และผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวในเขตเมืองย่านนางเลิ้ง ด้วยการวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่ชุมชนเป็นผู้ทำวิจัยเอง เพื่อรองรับการพัฒนากระแสใหม่ที่เกิดขึ้น จากการผสมผสานการพัฒนาทั้ง กระแสหลักและกระแสทางเลือกเข้าไว้ด้วยกัน  

ตลอดระยะเวลาของการทำงาน ทีมวิจัยนางเลิ้งและ TRAWELLTHAILAND พันธมิตรด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ตกผลึกเป็นข้อเสนอทำวิจัย (PROPOSAL) ที่จะร่วมกันทำวิจัยเพื่อท้องถิ่น ของคนย่านนางเลิ้ง และกลุ่มของคนรุ่นใหม่ ดำเนินการสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชน และย่านนางเลิ้ง สะท้อนความรุ่งเรื่อง เมื่อ 100 กว่าปี กับตัวตนของคนนางเลิ้งในปัจจุบัน ซึ่งการสบค้นประวัติศาสตร์ชุมชนโดยชุมชน ทำให้ข้อมูลที่ได้มีความลึกของข้อมูล ทั้งประเด็น สถานที่ วัฒนธรรม วิถี บุคคล อาหาร ที่สำคัญข้อมูลที่ชุมชนมีและเข้าใจ สามารถ ฉายภาพให้กับบุคคลภายนอกได้รับรู้ และยังสืบทอดของดีไว้ได้ท่ามกลางการล้มหายตายจากของชุมชนเก่า ทั้งด้วยความเสื่อมถอยเอง และทั้งการไล่รื้อด้วยเงื้อมมือผู้มีอำนาจ ทั้งหมดทั้งมวล เพื่อกระตุ้นหัวใจให้นางเลิ้งอยู่ต่อไป 

 

นักวิจัยเพื่อท้องถิ่น บอกเล่า ประวัติศาสตร์ย่านนางเลิ้ง

นายปรีชา ศรีตุลยโชติ ทีมวิจัย เล่าตอนหนึ่งว่า “ย่านนางเลิ้ง” เป็นชุมชนเก่าแก่ ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ที่ตั้งอยู่บนถนนนครสวรรค์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี ตลาดนางเลิ้งก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2443 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดเอง แต่เดิมเรียกว่าบ้านสนามควาย ก่อนจะเรียกว่า “อีเลิ้ง” ตามชื่อคือตุ่มชนิดหนึ่งของชาวมอญ จนมาเปลี่ยนชื่ออีกครั้งในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า “นางเลิ้ง” สถานที่สำคัญของตลาดนางเลิ้งได้แก่ โรงภาพยนตร์เฉลิมธานี ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 80 ปี

ศูนย์กลางแรกเริ่มของ “ย่านนางเลิ้ง” มีมาตั้งแต่ก่อนครั้งการขุดคลองผดุงกรุงเกษมนั่นคือ “วัดสุนทรธรรมทาน” หรือ “วัดแค” วัดแห่งนี้เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวใต้ ซึ่งตามประวัติกล่าว่าได้อพยพโยกย้ายตามกองทัพของเจ้าพระยาคลัง (ดิศ บุนนาค)  ซึ่งบรรพบุรุษเป็นชาวใต้จากพัทลุงและนครศรีธรรมราช ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้กับวัดสนามกระบือ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสุนทรธรรมทาน ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นแหล่งรวมศิลปะ การแสดงแขนงต่างๆ ที่สืบทอดมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ เช่น โขน ละคร นาฎศิลป์ อยู่ใกล้ตลาดนางเลิ้ง ตลาดบกแห่งแรกของประเทศไทย (ตลาดใหม่) ที่เคยเป็นศูนย์การค้าที่ทันสมัย ปัจจุบันเป็นแหล่งรวมอาหารและขนมลือชื่อ แหล่งเรียนรู่ในชุมชนและละแวกใกล้เคียง ได้แก่ วัดสุนทรธรรมทาน หรือ วัดแค บ้านละครชาตรี บ้านนราศิลป์ ที่รับแสดงทั้งโขน ละครชาตรี และดนตรีไทย บ้านจงกล หรือที่เรียกกันในหมู่ศิลปินว่า “ละครหลานหลวง” บ้านสามัคคีลีลาศหรือบ้านเต้นรำ เป็นต้น

ขณะที่ปัจจุบันในตลาดนางเลิ้ง มีคนข้างนอกเข้ามาอาศัยอยู่หลายหลังคาเรือน แต่ก็อยู่กันมานานจนคุ้นหน้าคุ้นตา ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็ยังไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่อยู่กันแบบเครือญาติ ร้านค้าดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ อาทิ ร้านขนมป้ากวา (ปัจจุบันรุ่นลูกดำเนินกิจการ) ขายขนมเครื่องไข่ เช่น ฝอยทอง เม็ดขนุน ทองหยอด ร้านป้าหงส์ ขายขนมหม้อแกง ร้านข้าวแกงรัตนา ขายกับข้าวและแกงโบราณ ร้านแม่ย้งเจ้าเก่า (ปัจจุบันรุ่นลูกดำเนินกิจการ) ขายขนมเบื้องญวณ ขนมผักกาด ร้านดั้งเดิมส่วนใหญ่จะถ่ายทอดสูตรหรือตำรับอาหารผ่านลูกหลานในครอบครัว พอถึงรุ่นลูกที่ดำเนินกิจการต่อ อาจมีการเปลี่ยนแปลงสูตรหรือรูปแบบสินค้าไปบ้างตามสมัยนิยม และร้านอื่นๆ อีกมากมาย

ทีมวิจัยเล่าผู้ทรงคุณวุฒิสะท้อนมุมมอง

อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านโบราณคดีและมานุษยวิทยา ให้ความเห็นว่า ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะต้องมาจากคนในพื้นที่ เพราะจะมีความลึกมากกว่า เพราะมาจากรากเหง้าของคนในชุมชน ต่างจากข้อมูลของบุคคลภายนอก ที่อาจมองไม่เห็นภาพ และความรู้สึกมีร่วม และมองไม่เห็นภาพเหมือนการเขียนข้อมูลงานวิจัยของชาวบ้าน อีกประการโดยส่วนตัวมองว่า ข้อค้นพบจากข้อมูลวิจัย ระบุถึงด้านหลังตลาดนางเลิ้งเป็นห้องแถว มีโรงขนมแม่เยื้อนอยู่ในตรอกข้าวโพด ถนนหนทาง ตลอกละคร สถานบันเทิง ซึ่งเป็นที่นิยมในอดีต และเป็นข้อมูลที่ดีทำให้เห็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆที่เข้ามาอาศัยในชุมชนนางเลิ้ง มีตัวละครที่แสดงถึงความโดดเด่นทางวัฒนธรรม แต่จากที่ฟังการเก็บข้อมูล หรือ กระบวนการต่อจากนี้ยังคาดการมีส่วนร่วมของกลุ่มเยาวชน ผู้ที่จะรับช่วงต่อมรดกทางวัฒนธรรม

ด้านรศ.ร.อ.ชูวิทย์ สุจฉายา รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและพัฒนา สถาบันอาศรมศิลป์ ให้ความเห็นว่า ข้อมูลการวิจัยได้เห็นอยู่สองประเด็นที่น่าสนใจคือ หนึ่ง การเปลี่ยนแปลง นับเป็นเรื่องสำคัญของความเป็นเมือง ซึ่งนางเลิ้งได้เปลี่ยนแปลงไปตามบริบททางสังคม คือ 1 จุดเด่นจุดแข็ง ทีนี้เมื่อจะใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือ ต้องดูว่าการท่องเที่ยวเกิดขึ้นทุกวันหรือเปล่า การฟื้นฟูจะยากมากถ้าเราไม่รักษาย่านเก่า หรือไม่รักษาผู้คนไว้ มันจะไม่มีลูกค้า ไม่มีคน นอกจากว่ารอคนอื่นเข้ามาเที่ยวเท่านั้น การฟื้นฟูย่านอย่างจริงจัง ผู้คนที่อยู่ในย่านนั้นแหละคือตัวขับเคลื่อนด้วยการดำเนินชีวิตในย่านนั้น ส่วนประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องของการประเมินถึงเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งต้องประเมินศักยภาพ วางเป้าหมายให้ชัดว่าจะทำแบบไหน ทำแค่ไหน ทำอย่างไร แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่างานวิจัยนี้มีส่วนช่วยพัฒนาเพราะมองอย่างเป็นระบบ และทำโดยชุมชนเอง

 


งานวิจัย สู่ ความหวัง ที่ไม่ใช่ฝัน

จากระยะเวลาของการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในช่วงที่ผ่านมา ความคาดหวังของประชาชนในย่านนางเลิ้ง คือ การฟื้นฟูย่านนางเลิ้งให้รุ่งเรืองเหมือนในอดีต การรวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ตั้งแต่การก่อตั้งชุมชน พัฒนาการตามช่วงเวลา รวมทั้งความรู้ ศิลปวัฒนธรรม อาหารและของดีอื่นๆของชุมชน รวบรวมเป็นตำรา หนังสือของชุมชนโดยคนในชุมชน การฟื้นฟูตลาดและเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว การสร้างจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่ในชุมชนหันมาสนใจ เรียนรู้และภาคภูมิใจในความเป็นคนนางเลิ้ง

ในส่วนความคาดหวังของ TRAWELL พันธมิตรด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน คือ การเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ต่างๆในชุมชน โดยจัดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวสร้างคนในชุมชนให้สามารถบอกเล่าเรื่องราวของบ้านตนเองได้ (นักสื่อความหมาย) การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีส่วนร่วมกับภาคธุรกิจและเกิดการจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม

ทั้งหมดคือเบื้องหลังความคิดและความคาดหวังของคนย่านนางเลิ้ง และ TRAWELLที่จะดำเนินการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในการสร้างพลังคนท้องถิ่น และบอกให้สังคมภายนอกรู้ว่า คนย่านนางเลิ้งมีความคิดที่จะบันทึกข้อมูลประวัติศาสตร์นางเลิ้งด้วยคนนางเลิ้ง พร้อมทั้งใช้ต้นทุนที่ดีงามของนางเลิ้งฟื้นฟูย่านนางเลิ้งให้กลับมารุ่งเรืองเหมือนในอดีต โดยใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วมและการฟื้นฟูชีวิตและลมหายใจของ “ย่านนางเลิ้ง” อย่างยั่งยืน  

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

Comments
* The email will not be published on the website.