ชุมชนเข้มแข็งเท่าทันสถานการณ์สังคมและโลกบนฐานความรู้


30 Sep
30Sep

ชุมชนเข้มแข็งและเท่าทันสถานการณ์สังคม

โลกบนฐานความรู้

 

ผศ.ดร.ชูพักตร์  สุทธิสา

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น

 


กว่า 2 ทศวรรษที่งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นได้ให้คนในชุมชนได้ใช้กระบวนการงานวิจัยเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาของชุมชน  และขณะเดียวกันยังได้สร้างความร่วมมือกับหน่วยงาน สถาบันวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ ฯ เป็นภาคีการทำงานร่วมกับชุมชนด้วยเครื่องมือการวิจัยเพื่อท้องถิ่นในการค้นหาความรู้และการจัดการกับปัญหาในหลากหลายประเด็นที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหาใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่แต่ละภูมิภาค หลากหลายประเด็น อาทิ     การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ดิน-น้ำ-ป่า โดยมีเป้าหมายให้คนในท้องถิ่นได้ศึกษาสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและศักยภาพของทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากร นำไปสู่การสร้างความตระหนักในความสำคัญและการจัดการทรัพยากรร่วมกันในการอนุรักษ์เพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ในบางพื้นที่นำไปสู่การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม การออกกฎระเบียบ ข้อปฏิบัติต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการพื้นที่ เช่น ในลุ่มน้ำที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำโขง ลุ่มน้ำเลย จังหวัดเลย ลุ่มน้ำห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี และลุ่มน้ำห้วยเสนง จังหวัดสุรินทร์ ลำคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา แม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อการป้องกันและจัดการปัญหาตลิ่งพังของชุมชนริมน้ำ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้และระบบนิเวศน์ ที่มุ่งไปสู่การสร้างการสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน เช่น พื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ พื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น

การศึกษา งานวิจัยแยกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มการจัดการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กที่เน้นการสร้างความรู้ในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชนและในบางพื้นที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกกลุ่มหนึ่งเป็นการจัดการศึกษาในกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เป้าหมายงานวิจัยจึงมุ่งเน้นการศึกษา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ วิถีชีวิตของคนชนเผ่า การปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของนโยบายรัฐในการจัดการที่ดิน นำมาสู่การออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการบนฐานทรัพยากร ภูมิปัญญาและการดำรงชีวิตของคนท้องถิ่น และการพัฒนา ฟื้นฟูทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่เป็นฐานในการดำรงชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการค้นหาความรู้เพื่อสร้างกลไกและบุคลากรทางการศึกษาในท้องถิ่นและกระบวนการในการจัดศึกษาที่สอดคล้องเหมาะสมกับชุมชน งานวิจัยกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งนำไปสู่การสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงการศึกษาและสร้างรูปธรรมในพื้นที่ตอบสนองต่อการปฏิรูปการศึกษา 

ความมั่นคงทางอาหารและเกษตรอินทรีย์ ครอบคลุมพื้นที่ในภาคเหนือและภาคอีสานโดยเน้นสนับสนุนโครงการวิจัยให้ครอบคลุมทั้ง 4 ห่วงโซ่ของระบบอาหาร ซึ่งประกอบด้วย 1) ฐานทรัพยากรการผลิต (ดิน น้ำ พันธุกรรม ฯลฯ) และการสร้างคนรุ่นใหม่ให้สนใจการทำเกษตรกรรม 2) การผลิต การแปรรูป นวัตกรรมและเทคโนโลยี 3) การตลาด แสวงหาตลาดทางเลือกแบบใหม่ ๆ เช่น การกระจายสินค้าโดยตรงกับผู้บริโภค และ 4) การบริโภค และสุขภาพ  

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเพื่อพัฒนาด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งในพื้นที่ชนบทและคนในชุมชนแออัดในชุมชนเมือง เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ การอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรที่สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนในท้องถิ่น เช่น ปลาสาละวินด้วยภูมิปัญญาชนเผ่าปกาเกอะญอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน การส่งเสริมอาหารพื้นบ้านของชนเผ่ากะเหรี่ยงจังหวัดกาญจนบุรี การฟื้นฟูนากุ้งธรรมชาติ จังหวัดจันทบุรี  การทำนาข้าวอินทรีย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนในชุมชนเมืองอย่างพื้นที่เขตกรุงเทพ ฯ มีงานวิจัยด้านการสร้างสวนผักในเมือง เป็นต้น

การท่องเที่ยวโดยชุมชน การวิจัยเพื่อศึกษาศักยภาพพื้นที่ท่องเที่ยว ที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ เน้นการศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญามา ทรัพยากรเพื่อนำไปสู่การจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์วัฒนธรรม การเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่และคนในชุมชนในการจัดการท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังสนับสนุนให้มีการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อเป็นกลไกในระดับพื้นที่ ที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐเรื่องการท่องเที่ยววิถีไทย และการค้นหาความรู้เพื่อการพัฒนาหลักสูตรการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนในภาคใต้และภาคเหนือตอนบน 

การวิจัยเชิงพื้นที่เมืองชายแดน โดยมุ่งเน้นพื้นที่เมืองชายแดนที่เป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงและได้รับผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ ที่ดินทำกินจากการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีการเคลื่อนย้ายของทุน เทคโนโลยีและแรงงาน ในพื้นที่อยู่ติดชายแดนภาคเหนือ ระหว่างไทย-พม่า, ภาคอีสานไทย-ลาว, ไทย-กัมพูชา ทำให้มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับนายทุนและรัฐเป็นระยะ งานวิจัยจึงเน้นไปที่การศึกษาและการสร้างความสัมพันธ์และความมั่นคงชายแดน โดยการใช้ฐานความสัมพันธ์เครือญาติและฐานทรัพยากรในการบริหารจัดการพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่วนในภาคใต้ ไทย-มาเลเซีย ให้ความสำคัญกับการศึกษาในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ บนฐานวัฒนธรรมชาวประมง การดำรงอยู่และอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น

 สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก งานวิจัยชุดนี้สนับสนุนการทำให้ชุมชนทำวิจัยเพื่อเข้าใจสถานการณ์วิกฤตจากภัยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ เช่น การวิจัยเพื่อการจัดการน้ำแล้ง มลพิษหมอกควัน และการสร้างความตระหนักรู้ การค้นหาแนวทางออกที่เหมาะสมกับชุมชนพื้นที่ และมีการฟื้นฟูทรัพยากร สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น เช่น หมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

งานวิจัยในเขตพื้นที่เมือง สนับสนุนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและได้รับผลกระทบในด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว จึงได้มีการการศึกษาคุณค่าของอัตลักษณ์ทางกายภาพและสังคมวัฒนธรรมเพื่อนำไปสู่การสร้างแหล่งเรียนรู้อัตลักษณ์ล้านนา นำไปสู่การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต (Living museum)

 ศาสนาและพุทธธรรม เป็นกลุ่มงานวิจัยที่ได้เริ่มในช่วงปีที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยมีเป้าหมายในการศึกษาคุณค่าตามหลักศาสนา(พุทธ  คริสต์ อิสลาม ซิกซ์ ฮินดู) มาเป็นเครื่องมือในการใช้ชีวิตประจำวัน การใช้ชีวิตอย่างสมดุลและการจัดการความสัมพันธ์ของคนในชุมชนให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติภายใต้ข้อกำหนดคุณธรรม จริยธรรมร่วมกัน  อีกด้านหนึ่งเป็นการศึกษาคุณค่า ความหมายของพิธีกรรมและศาสนวัตถุ เช่น ภาพสลักในเสมาโบราณ นำมาสู่การรื้อฟื้นคุณค่าและประเพณีใหม่  เช่นที่ จังหวัดชัยภูมิ

ยางพาราในภาคใต้ การให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบของการปลูกยางทั้งระบบที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตชาวสวนยางรายย่อย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ โดยมีการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีเป้าหมายในการค้นหาความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวสวนยางและการสร้างอำนาจต่อรองและเสนอแนะเชิงนโยบาย ส่วนในภาคกลางเน้นไปที่การศึกษาเพื่อการปรับตัวของชาวนาและชาวสวนยาง

            งานวิจัยที่เน้นกลุ่มคนเป้าหมายเฉพาะ ได้แก่ กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน

คนพิการ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เน้นการสร้างความร่วมมือกับภาคีที่ทำงานด้านคนพิการ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการจัดการความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและเศรษฐกิจของผู้พิการแบบองค์รวมโดยครอบครัวและชุมชน เพื่อนำความรู้จากงานวิจัยไปสู่การขยายผลในการฟื้นฟู พัฒนาคนพิการ

 ผู้สูงอายุ งานวิจัยกลุ่มนี้ยังมีไม่มากนัก งานวิจัยเน้นการค้นหาความรู้ ภูมิปัญญามาใช้ในการพัฒนาศักยภาพ อาชีพของผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในจังหวัดสมุทรปราการ และการพัฒนาความเข้มแข็งชมรมผู้สูงอายุด้วยความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงาน ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

เด็กและเยาวชน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสานและภาคใต้ เน้นการวิจัยและพัฒนา ทักษะชีวิตให้กับเด็กและเยาวชน การพัฒนาเครือข่ายเด็กและเยาวชนให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนช่วยเหลือปัญหาเด็กและเยาวชนในประเด็นที่เป็นปัญหาของจังหวัด และเครือข่ายเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อสนับสนุนงานเชิงยุทธศาสตร์ของ สกว. เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม (Strategic Research Issue : SRI4: Inequality Reduction) ด้วยการสนับสนุนทุนวิจัยในการสังเคราะห์ความรู้เรื่องความเหลื่อมล้ำของสังคมจากฐานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น โครงการวิจัยความเหลื่อมล้ำและคนจนเมือง สวัสดิการสังคมผู้ด้อยโอกาส ระบบยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาเงื่อนไขของความเหลื่อมล้ำ การพัฒนากระบวนการสร้างความเป็นธรรมและการลดความเหลื่อมล้ำจากสังคมฐานล่างและการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย การสื่อสารสาธารณะความรู้เรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

ในปี 2559 ยุทธศาสตร์ของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นยังคงให้การสนับสนุนการขยายงานวิจัยชุมชน พื้นที่ การแสวงหาภาคีความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ มากขึ้น อาทิ  สถาบันวิชาการ ภาคองค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิ ภาคประชาสังคม ฯ โดยเน้นประเด็นที่เป็นประเด็นปัญหาของสังคมสำคัญ ๆ ได้แก่ เศรษฐกิจฐานราก การท่องเที่ยวชุมชน ประเด็นศาสนธรรม ประเด็นคนชายขอบ ผู้ติดเชื้อเอดส์ วัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ความมั่นคงทางอาหารในมิติใหม่ ๆ ด้วยการหาความรู้เรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิต การแปรรูปและการตลาด และการขยายพื้นที่ชุมชนเมืองในมิติสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจด้วยแนวคิดเมืองสีเขียว (Green city) ความสัมพันธ์ของระหว่างคนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านบนพื้นที่ชายแดน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการจัดการความรู้จากงานวิจัยท้องถิ่นที่แต่ละพื้นที่ได้ดำเนินงานมาเกินกว่า 5 ปี  ด้วยการถอดบทเรียนและสังเคราะห์งานในโครงการชุดต่าง ๆ เพื่อการเผยแพร่ต่อสาธารณะรวมถึงการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์และการสร้างพลังขับเคลื่อนในท้องถิ่น สังคมให้มากขึ้น เช่น การจัดการทรัพยากรชายฝั่ง การสานสันติในสามจังหวัดชายแดนใต้ สวัสดิการชุมชน ,งานการศึกษาเรื่อง การสังเคราะห์รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้การวิจัยเป็นฐานเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาจากล่างสู่บน,ชุดความรู้ระบบการสอนกีรออาตีกลุ่ม3จังหวัดชายแดนใต้ เป็นต้น

การพัฒนาคนการทำงาน Node และพี่เลี้ยงซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างรวดเร็วและเกิดปัญหาใหม่ ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และการที่งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นก็ได้รับการยอมรับจากหลายหน่วยงานว่าเป็นเครื่องมือในการสร้างเสริมสร้างพลัง (empowerment) ให้คนในท้องถิ่นได้ลุกขึ้นมาจัดการและแก้ไขปัญหาของตนเองได้อันเนื่องจากงานวิจัยได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์และตรงกับปัญหาความต้องการ จึงมีผลต่อการขยายขอบเขต พื้นที่ ภาคีผู้ทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเพิ่มในปี 2559 เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องมีการพัฒนากลไก วิธีการทำงานรวมถึงการพัฒนาศักยภาพและทักษะใหม่ ๆ ของบุคลากร Node และพี่เลี้ยงในฐานะเป็นผู้สนับสนุนงานวิจัย

===========================

 

 

 

Comments
* The email will not be published on the website.