งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นกับการพัฒนาที่ยั่งยืน


08 Aug
08Aug


 

ผศ.ดร.ชูพักตร์ สุทธิสา

ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น

การปฏิรูปประเทศ มีเป้าหมายที่สำคัญเพื่อการวางรากฐานการพัฒนาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  มีความสมดุล ประชาชนในสังคมมีโอกาสทัดเทียมกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดี (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2561)  การที่จะนำประเทศไปสู่การพัฒนาแบบยั่งยืนนั้นต้องคำนึงถึงการพัฒนาที่สมดุลในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมวัฒนธรรม ดังที่ พระธรรมปิฎก ได้กล่าวถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนออกเป็น 4 ระบบ คือ 1. ระบบมนุษย์ คือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ดังนั้นต้องพัฒนากาย พัฒนาพฤติกรรม พัฒนาจิต และพัฒนาปัญญา ทำให้มนุษย์ให้มีความต้องการที่เพียงพอ พอดี (ฉันทะ) 2.ระบบสังคม จะต้องเป็นสังคมที่มีความยุติธรรม เกื้อหนุนซึ่งกันและกันและไม่เบียดบังธรรมชาติ 3.ระบบธรรมชาติ ควรมีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ มีการอนุรักษ์พัฒนา 4.ระบบเทคโนโลยี ที่เพิ่มความสามารถของมนุษย์ นำมาใช้ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

แนวทางการดำเนินงานใน 1 ปีที่ผ่านมา (2561) ของการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่สะท้อนให้เห็นตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่แตกต่างกันภายใต้บริบทของท้องถิ่น ชุมชนใน 4 ภูมิภาค ที่ต่างก็มีความหลากหลายในผู้คน ชาติพันธุ์และวิถีการดำรงชีพภายใต้ระบบนิเวศน์และวัฒนธรรมและพลวัตของชุมชนที่ความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วแตกต่างกัน ทั้งจากกระแสของการพัฒนาตามแนวทางนโยบายภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม รรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลต่อสถานการณ์ชุมชนท้องถิ่นและผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นทำให้เกิดการเสริมสร้างพลังของคนจากฐานราก รวมถึงรูปแบบ วิธีการจัดการกับปัญหาของคนในพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันตามสถานการณ์ปัญหาและทุนทางกายภาพ สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจที่มีในแต่ละภูมิภาค ทั้งในเชิงการร่วมกันสร้างความรู้และปฏิบัติการที่ใช้ในการจัดการในเชิงประเด็น การร่วมกันในเชิงพื้นที่ เช่น พื้นที่ลุ่มน้ำ ป่า พื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงการเชื่อมร้อยคนในชุมชนและภาคียุทธศาสตร์ในการเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อนและเสริมสร้างพลังของการพัฒนาของคนในพื้นที่ ส่งผลให้การดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวิธีการทำงานของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเพื่อสร้างเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน

เชิงประเด็น งานวิจัยส่วนใหญ่สนับสนุนการทำให้เกิดความสารถในการใช้ประโยชน์ อนุรักษ์และร่วมกันจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน กรณีการดำเนินงานของพื้นที่ภาคเหนือ ได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์การปกป้องพื้นที่ทางอาหาร เนื่องจากภาคเหนือพื้นที่การวิจัยส่วนใหญ่เป็นสังคมเกษตรกรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ไม่วาจะเป็นกะเหรี่ยง ลาหู ลีซู ลัวะ ม้ง จีนยูนนาน ยอง ที่ยังคงพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติเป็นฐานการดำรงชีวิต และจากสถานการณ์ความเสี่ยงในการสูญเสียพื้นที่ทางอาหารให้กับพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันฝรั่ง และพืชเกษตรพันธะสัญญา เกษตรกรมีวิถีการผลิตมีการสารเคมีเข้มข้นทำให้พื้นที่เกษตรเสียหาย คนรุ่นหลังทิ้งอาชีพทำการเกษตร งานวิจัยในปีที่ผ่านมาจึงให้ความสำคัญกับประเด็นการจัดการทรัพยากร การปกป้องพื้นที่ทางอาหาร ประเด็นเกษตรที่สัมพันธ์โดยตรงกับการสร้างให้เกิดการอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์และพัฒนาทรัพยากร และยังมีประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการนำทรัพยากรมาใช้เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์วัฒนธรรม การจัดการสุขภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การจัดการศึกษา เช่น ศูนย์เรียนรู้หญ้าแพรกสาระวิน ที่ค้นหาความรู้ วัฒนธรรมและการทำมาหากินของพ่อ แม่ ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่ราบที่มีวิถีชีวิตด้วยเกษตรกรรมและควบรวมเข้ากับความเป็นเมือง การเรียนรู้อัตลักษณ์วัฒนธรรมและยกระดับจากคุณค่าเป็นการสร้างมูลค่า สืบสานคุณค่าวัฒนธรรมภูมิปัญญาให้กับเยาวชนรุ่นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นประเพณี พิธีกรรม และสร้างคุณค่าต่อยอดให้เป็นมูลค่ามีคุณภาพชีวิตที่ดี พึ่งพาตนเองได้ เช่น การจัดการท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทะเล เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ พัฒนาอาชีพ รายได้

อีกมิติหนึ่งของการสนับสนุนงานวิจัยในการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติจากกรณีความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากรที่ดิน การออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินของชุมชนและที่ทำกิน การวิจัยและพัฒนาให้คนกลุ่มชาติพันธุ์ได้รับสิทธิและการคุ้มครองสิทธิการตั้งถิ่นฐาน การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าที่สร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากร การสร้างกลไกชุมชนและการทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า การทำวิจัยร่วมกันทำให้ผู้ดูแลป่ากับผู้อยู่ในป่าเข้าใจซึ่งกันและกันและช่วยเปลี่ยนกระบวนทัศน์การทำงานในรูปแบบคู่ตรงข้าม สู่การสร้างการเรียนรู้และการจัดการร่วมด้วยวิธีการจัดการร่วม (co-management) เช่น การสร้างให้คนในท้องถิ่นฟื้นฟูชีวิตบนฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร


ในขณะที่ชุมชนวิจัยภาคใต้มีความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมทั้งคนปักษ์ใต้ จีน มลายู และกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามหมู่เกาะหรือชายฝั่งทะเล มีอาชีพประมง เน้นการให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพลังชุมชนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมและทุนของชุมชน ทั้งทุนทางทรัพยากรชายฝั่ง ลำคลอง ทะเล ทุนทางสังคมวัฒนธรรม เช่น กรณีการยกระดับองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์ชาวเล ในพื้นที่ 5 จังหวัด คือ ภูเก็ต พังงา สตูล ระนอง และกระบี่ การจัดการคลองหอยโข่งที่เป็นลุ่มน้ำสาขา จ.สงขลา เป็นต้น

ประเด็นเกษตรกรรมยั่งยืน ในภาคอีสาน มีเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนท้องถิ่น ผ่านมิติการวิจัยความหลากหลายของการผลิตเกษตรอินทรีย์ พันธุกรรมท้องถิ่น ช่างชาวนาผลิตเครื่องจักรกลที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตในยุคขาดแคลนแรงงานและในสังคมผู้สูงอายุ มีการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายตลาดผลผลิตอินทรีย์รูปแบบใหม่ และการขับเคลื่อนเชิงนโยบายเกษตรอินทรีย์โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายงานพัฒนา เช่น สสส. สช.  และการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่

ประเด็น การท่องเที่ยววิถีชาวนาเป็นการรวบรวมความรู้ในวิถีชีวิตของชาวนาในแต่ละภูมิภาค สะท้อนคุณค่าและอัตลักษณ์ของชาวนาในแต่ละพื้นถิ่น เพื่อนำมาสร้างการเรียนรู้ การทำพิพิธภัณฑ์ชาวนาที่มีชีวิต พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยววิถีชาวนา และสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยววิถีชาวนา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชาวนา

นอกจากเชิงประเด็นแล้วยังมีการส่งเสริมงานวิจัยที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในบางพื้นที่ อาทิ กลุ่มผู้พิการนครราชสีมา การวิจัยและพัฒนาความเข้มแข็งและเสริมสร้างศักยภาพผู้พิการสามารถประกอบอาชีพได้ และกลุ่มผู้ช่วยเหลือคนพิการให้เกิดกลไกร่วมทั้งในส่วนผู้พิการ ครอบครัวผู้พิการ ภาครัฐ มูลนิธิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมจัดการดูแลผู้พิการให้ดูแลสวัสดิการและลดการพึ่งพิง เป็นต้น

การทำงานเชิงพื้นที่ในพื้นที่เชิงการปกครอง เช่น หมู่บ้าน ตำบล หรือพื้นที่ภูมินิเวศน์ ลุ่มน้ำย่อย ฯลฯ ที่สนับสนุนงานวิจัยในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาร่วมกัน เช่น  พื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้จากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ งานวิจัยสนับสนุนให้เกิดการฟื้นฟูระบบความสัมพันธ์ของคนกลุ่มต่าง ๆ ด้วยการใช้มิติเศรษฐกิจชุมชน  เป็นประเด็นร่วมกันในการจัดการทรัพยากร ด้านการประมง ด้านการฟื้นฟูนาร้าง การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ฯ เพื่อเสริมสร้างอาชีพ รายได้ให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่เผชิญกับภาวะความรุนแรงจากสถานการณ์  หรือ พื้นที่จังหวัดสตูล ส่งเสริม สตูลโมเดลเพื่อการจัดการตนเองที่ยั่งยืน ด้วยการใช้ความรู้และคนทำวิจัยไปช่วยในการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สร้างการจัดการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม การจัดการศึกษาผ่านประวัติศาสตร์คนสตูล ฯลฯ โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายจังหวัด สร้างพลังประชาชนสู่การขับเคลื่อนสตูลยั่งยืน หรือการจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีการวิจัยและพัฒนาที่เชื่อมร้อยคนเข้ามาทำงานในการสร้างสถาบันภาคประชาสังคมเพื่อการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอนเมืองน่าอยู่และการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน


วิจัยเพื่อท้องถิ่นในเขตเมืองของพื้นที่ภาคกลาง ในเขตกรุงเทพมหานคร จากสถานการณ์การพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการขยายตัวของย่านธุรกิจ เบียดขับคนกลุ่มล่างของสังคมที่ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสังคม งานวิจัยได้ช่วยให้เกิดการประสานความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนและสถาบันวิชาการที่ทำงานในพื้นที่เมืองและเชื่อมร้อยคนในย่านเมือง วัด ชุมชน เช่น ชุมชนริมคลองบางเขน ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยประเด็นการพัฒนาคุณภาพและสิ่งแวดล้อมของลำน้ำ ประเด็นการพัฒนาอาชีพ การจัดการความขัดแย้งจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินธรณีสงฆ์ เป็นต้น


ด้านการเชื่อมร้อยภาคี เครือข่ายโดยการทำงานร่วมกันทั้งในเชิงประเด็นและการใช้พื้นที่ร่วมกันในลักษณะของ co-working และ co-funding เช่น การร่วมมือกับสภาองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สสส. สปสช. ฯ เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำพูน มหาสารคาม ใช้ประเด็นความมั่นคงทางอาหาร ส่วนสตูล น่าน ศีรษะเกษ สมุทรสงคราม ใช้ประเด็นการร่วมสร้าง  active citizen กับมูลนิธิสยามกัมมาจล เป็นต้น

การบริหารผลงานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์และสื่อสารสังคม ในรอบปีที่ผ่านมา มีการสังเคราะห์ความรู้เชิงประเด็นเพื่อนำไปสู่การขยายผลเชิงนโยบาย เช่น การสังเคราะห์งานด้านการศึกษา ที่ร่วมกับงานเชิงยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาของ สกว. และคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนในจังหวัดสตูลได้นำความรู้จากงานวิจัยที่ใช้โครงงานฐานวิจัยในการเรียนรู้ ขยายผลสตูลโมเดล เพื่อเป็นต้นแบบในการการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า โดยการนำความรู้จากงานวิจัย ไปจัดการความรู้ สร้างการความรู้และเปิดพื้นที่การแลกเปลี่ยนให้กับพื้นที่ที่เผชิญสถานการณ์ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นต้น

นวัตกรรมการบริหารจัดการงานวิจัยใหม่ ๆ ในรอบปีที่ผ่านมา ผ่านการยกระดับศูนย์ประสานงานที่เคยสนับสนุนการทำงานในพื้นที่มานานด้วยการพัฒนาศูนย์วิจัยนวัตกรรมชุมชน (Community Innovation Research Center: CIRC) ที่รวบรวมความรู้และนวัตกรรมที่เกิดจากกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่นจากชุมชน ผสมผสานความรู้เทคโนโลยีจากภายนอก นำไปสู่การสร้างและขยายผลและให้ชุมชนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เช่น ประเด็น การจัดการทรัพยากรป่า ทรัพยากรชายฝั่ง การจัดการปัญหาหมอกควัน การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ความมั่นคงทางอาหารและเกษตรกรรมยั่งยืน ประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรม ยุติธรรมชุมชน เป็นต้น มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานเพื่อการสร้างคน สร้างพี่เลี้ยงและกลุ่มวิจัยใหม่ ๆ เพื่อการขยายผลนวัตกรรมและสร้างนวัตกรทางสังคมในกลุ่ม ภาคประชาสังคม นักพัฒนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคียุทธศาสตร์ (Strategic partners) ธนาคารเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สป.สช.ฯ

การทำงานเชิงบูรณาการในประเด็นยุทธศาสตร์กับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สนับสนุนงานวิจัยมุ่งเป้าประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำและลดแก้ปัญหาความยากจน  มีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้ สร้างพื้นที่รูปธรรม พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย และพัฒนากลไกการขับเคลื่อนในประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำและความยากจน   โครงการจัดทำดัชนีชี้ดัชนีภาพลักษณ์ความเป็นธรรมในสังคม การลดความเหลื่อมล้ำผ่านกระบวนการยุติธรรม การสร้างระบบสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำและคนจนเมือง เป็นต้น

การสนับสนุนงานวิจัยเชิงบูรณาการ สกว. (TRF Integrated Research Program : TRPs) การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานรากอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายเพื่อสร้างขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของคนฐานรากและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นการสร้างขีดความสามารถและยกระดับจากฐานเศรษฐกิจชุมชนและขับเคลื่อนทั้งใน 4 ภูมิภาค ในปี 2561 เป็นการการศึกษาสถานการณ์ ศักยภาพ ต้นทุน และเงื่อนไขข้อจำกัดในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในแต่ละภูมิภาค เพื่อขยายผลการทำงาน  

การสร้างพี่เลี้ยงและนวัตกรให้กับสังคม สนับสนุนศูนย์ประสานงาน หรือพี่เลี้ยงเพื่อสนับสนุนให้โครงการวิจัยมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ในรอบปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาศักยภาพการทำวิจัยที่ให้กับพี่เลี้ยงที่เป็นคนหนุนงานวิจัย ด้วยการเติมแนวคิดและเครื่องมือใหม่ ๆ ความรู้ในเชิงประเด็นในการพัฒนาท้องถิ่น ทักษะการจัดระบบข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นเหตุเป็นผลเชื่อมโยง วิเคราะห์ปัญหาและปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ลึกซึ้ง และการใช้ข้อมูลในการวางแผนการพัฒนาข้อเสนอโครงการ การประเมินโครงร่างงานวิจัย (proposal) การถอดบทเรียน การเขียนรายงาน โดยการเสริมศักยภาพบุคลากรหนุนวิจัย โดยใช้กรณีศึกษาปฏิบัติการแต่ละพื้นที่ของการทำวิจัย มีผู้ทรงคุณวุฒิจัดฝึกอบรมในระหว่างการปฏิบัติการ (on the job training) โดยในรอบปีที่ผ่านมามีการทำกระบวนที่เข้มข้นในภาคกลางและภาคใต้  โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้การอบรมในแต่ละภูมิภาค

การปฏิรูปประเทศต้องการการดำเนินงานในหลายระดับทั้งระดับนโยบาย การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงทัศคนติและพฤติกรรมของคนในสังคม งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นได้มีส่วนในการใช้กระบวนการวิจัยสนับสนุนการนำความรู้ที่สร้างโดยคนในชุมชน เกิดการปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมเพื่อเสริมฐานพลังชุมชนให้เข้มแข็งอันเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 

 

++++++++

Comments
* The email will not be published on the website.