“งานวิจัยชาวบ้าน” สร้างสรรค์พลังชุมชนท้องถิ่นตามรอยพระบาท


14 Oct
14Oct

“งานวิจัยชาวบ้าน”  สร้างสรรค์พลังชุมชนท้องถิ่นตามรอยพระบาท

 

บัญชร  แก้วส่อง

           

            งานวิจัยชาวบ้าน หรืองานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น  มีเป้าหมายเชิงอุดมการณ์ในการสร้างเป็นธรรมทางสังคม (Social Justice)  ผ่านการปฏิบัติการทางสังคม  ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Social change) โดยใช้ปัญหาหรือโจทย์การวิจัยที่เป็นของชาวบ้าน  ชาวบ้านต้องเป็นผู้วิจัยเองหรือมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการวิจัย และมีการปฏิบัติการเพื่อแสวงหาคำตอบที่เป็นทางเลือกหรือทางออกของการแก้ปัญหานั้นด้วย   งานวิจัยแบบนี้เป็นงานสร้างนักวิจัยชาวบ้าน (พุทธะ-ผู้ตื่น  ผู้รู้  ผู้เบิกบาน)  ให้คนเหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างความรู้ร่วมกัน ( ธรรมมะ -ความรู้ที่ได้จากกระบวนการปฏิบัติการร่วมกัน)  ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลุ่ม/องค์กรหรือชุมชน(สังฆะ-ความเข้มแข็งของกลุ่ม/องค์กร/ชุมชน) หรือที่เรียกว่าการพัฒนา

            การพัฒนาแนวนี้จึงเป็นการพัฒนาที่ตัวคนและกลุ่มคนให้เกิดแรงระเบิดจากภายใน  โดยใช้ประเด็นที่ชุมชนสนใจเป็นกลไกในการสร้างระเบิด  ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นปากท้องของชาวบ้าน  เช่น เศรษฐกิจพอเพียงแบบชาวบ้าน  เศรษฐกิจการค้า/หัตถกรรมที่เหมาะสมกับนิเวศวัฒนธรรม  การทำการเกษตรในเขตป่า การท่องเที่ยวชุมชน   หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศน์ เช่น การจัดการน้ำชุมชน  การจัดการทะเลและชายฝั่งชุมชน  การจัดการป่าชุมชน  นวัตกรรมการจัดการน้ำชุมชน   และหลายครั้งมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับคนและความสัมพันธ์ของคน  เช่น การฟื้นฟูจิตวิญญาณชุมชนท้องถิ่น  การสานสันติสุขชุมชนท้องถิ่นชายแดนใต้ เป็นต้น  การวิจัยแบบนี้เป็นการสร้างระเบิดจากภายในให้คนในชุมชนได้รู้จักตัวเองและลุกขึ้นมาปฏิบัติการหาทางออกให้กับตนเอง  โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานต่าง ๆ มาเริ่มการขับเคลื่อน  ซึ่งแรงระเบิดที่เกิดขึ้นนี้  เกิดขึ้นจากการมองเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายใต้ภูมิสังคมหรือนิเวศวัฒนธรรมของชุมชนเอง  และใช้วิธีการปฏิบัติการที่สอดคล้องกับภูมิสังคมของชุมชนเอง

            กระบวนการวิจัยแบบนี้สร้างให้นักวิจัยชาวบ้านเกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์จากการเห็นข้อมูลที่ตนเองเก็บรวบรวม  วิเคราะห์  ออกแบบและลงมือปฏิบัติการร่วม  รวมถึงการสรุปผลที่เกิดขึ้นจากระบบปฏิบัติการนั้น   ความรู้ที่เกิดขึ้นจึงเป็นความรู้ร่วมของสังคมที่มีเหตุมีผล  มีความพอประมาณ  มีภูมิคุ้มกัน  เพราะช่วยกันดำเนินการ  ผลที่เกิดขึ้นจึงเปรียบเสมือนการเตรียมการให้คนตัวเล็กตัวน้อยทางสังคมได้มีโอกาสพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมการรองรับการขับเคลื่อนประเทศไทยในระยะสองทศวรรษหน้า


            ด้วยเหตุของการเห็นคุณค่าของการสร้างคน  สร้างความรู้และการสร้างการพัฒนาดังกล่าว  กอร์ปกับการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพศกนิกรชาวไทย  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น  จึงได้วางแนวทางการขับเคลื่อนสังคมแบบคนไทยไม่ทิ้งกัน  การสร้างคนไทย 4.0  ชุมชนไทย  4.0 การสร้างนวัตกรรมชุมชน   ดังนี้คือ

            ประการแรก  การสร้างเศรษฐกิจฐานราก  เช่น เศรษฐกิจฐานการผลิตด้านการเกษตร  ของชาวนา ชาวประมง  ชาวสวน  คนในเขตป่า   เศรษฐกิจฐานการท่องเที่ยว  เศรษฐกิจการบริการเช่นอาหารพื้นบ้าน  เศรษฐกิจที่โยงใยกับหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมที่มาจากวัฒนธรรม  เศรษฐกิจการค้าและการบริการของชุมชน ฯลฯ

            ประการที่สอง  การสร้างนวัตกรรมชุมชน เช่น นวัตกรรมการจัดการน้ำชุมชน  นวัตกรรมประมงพื้นบ้าน  นวัตกรรมเกษตรกรรมยั่งยืน  นวัตกรรมเกษตรอินทรีย์  นวัตกรรมการท่องเที่ยวชุมชน  นวัตกรรมการจัดการทรัพยากรชุมชนชายฝั่ง  นวัตกรรมชุมชนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน  นวัตกรรมการฟื้นฟูภาษาในภาวะวิกฤติ  นวัตกรรมการจัดการปัญหาหมอกควันของชุมชน  เป็นต้น

            ประการที่สาม  การสร้างคนบนฐานคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นความพยายามที่จะใช้กระบวนการวิจัยของชาวบ้านไปเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่โครงการพระราชดำริต่าง ๆ  เช่น  พื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา  พื้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  ฯลฯ

            ประการที่สี่  การสร้างคนบนภารกิจการพัฒนาของภาคี เป็นความพยายามสร้างพลังของคนตัวเล็กตัวน้อยผ่านภารกิจของภาคี  เช่น การนำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเสริมสร้างความเข้มแข็งในกระบวนการพัฒนาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)  การวิจัยรับใช้สังคมของสถาบันอุดมศึกษา  การสร้างงานวิจัยชาวบ้านหนุนเสริมภารกิจของสถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน (พอช.) การหนุนเสริมงานชุมชนท้องถิ่นขององค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคม  การหนุนเสริมงานธนาคารเพื่อพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) การใช้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นหนุนเสริมให้กลุ่มธุรกิจดำเนินกิจกรรมธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ฯลฯ

            การดำเนินการเหล่านี้ทั้งหมดมุ่งเน้นการสร้างประชาชนจากฐานรากให้เกิดระเบิดจากภายในบนฐานความรู้ที่ค้นหาและพัฒนาขึ้นมา  ซึ่งถ้าดำเนินการได้อย่างเข้มข้นและกว้างขวางก็น่าจะช่วยเป็นเครื่องรับประกันว่าเรากำลังสร้างคนเพื่อเตรียมประเทศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ในสองทศวรรษหน้า

             ++++++++

           

Comments
* The email will not be published on the website.