บทความ


  • 21/05/2019 15:06

งานวิจัยแบบนี้ เน้นที่กระบวนการพัฒนาคนและเชื่อมโยงงานในหลายๆส่วนเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเวทีการเรียนรู้เป็น เครื่องนำทาง กระบวนการวิจัยแบบนี้เป็นการเน้นให้มองเห็นการเชื่อมโยง ถักทอ และร้อยกัน ระหว่างงานวิจัยและงานพัฒนา งานวิจัยกับการจัดการความรู้และภูมิปัญญาของท้องถิ่น งานวิจัยกับความเคลื่อนไหวของขบวนการภาคชาวบ้าน รวมทั้งการผสมกลมกลืนเอื้ออาทร ต่อกันระหว่างนักวิจัยที่เป็นชาวบ้าน กับข้าราชการ นักพัฒนา และนักวิชาการ

Read More
  • 20/03/2019 14:20

ระบบวิจัยที่ดีต้องมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ระหว่างทั้งสามส่วน คือ เอกชนมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ก็ป้อนโจทย์ให้นักวิชาการ นักวิชาการคิดอะไรได้ใหม่ก็มีเอกกชนมารับไปพัฒนาต่อ ภาครัฐก็สร้างงานวิจัยเพื่อใช้เองจ้างเอกชนทำวิจัยบางเรื่องและให้ทุนนักวิชาการด้วย ระบบวิจัยในประเภทเหล่านั้นจึงก้าวหน้าไปได้ มีการส่งงาน “ขึ้น” หิ้งและมีการนำ “ลง” มาจากหิ้งไปใช้ต่อ หรือบางเรื่อง อาจจะยังไม่ทันขึ้นหิ้งก็มีคนคว้าเอาไปแล้ว

Read More
  • 07/03/2019 23:47

ในมุมมองของเป็นนักวิชาการ นอกจากได้ทำผลงานวิจัยทั่วไปไม่ว่าจะรูปแบบรายงาน การเผยแพร่ในงานประชุมวิชาการ หรือการตีพิมพ์ในวารสาร ผมยังได้รับสิ่งที่ไม่ได้จากงานวิจัยแบบเน้นวิชาการนั่นคือ ความอิ่มเอมใจที่ได้ญาติสนิทมิตรสหายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

Read More
  • 05/03/2019 15:52

การสืบชะตาแม่น้ำ หรือการเลี้ยงผีขุนน้ำ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันในการรักษาทรัพยากรน้ำ การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทรัพยากรของเรานี้ ควรจะเกิดจากความร่วมมือของทุกส่วน ทั้งชาวบ้าน หน่วยงานต่างๆภาครัฐ และภาคธุรกิจ รวมทั้งการร่วมมือของคนทั้งสายน้ำ จึงจะเกิดภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง สามารถป้องกันและบรรเทาภัยธรรมชาติได้

Read More
  • 17/02/2019 14:35

การสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในทศวรรษที่ 3 คือการพัฒนาระบบการบริหารการจัดการในรูปแบบใหม่ ๆ ด้วยการทำงานประสานเชื่อมร้อยกับภาคีเครือข่ายหลายฝ่าย หลายระดับ และมีการบูรณาการการทำวิจัยมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการเสริมสร้างพลังและพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและเท่าทันสถานการณ์ใหม่ ๆ โดยร่วมกับผู้ใช้ประโยชน์ในการทำงาน การขยายผล ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม

Read More
  • 13/02/2019 12:47

หมอกควัน - ไฟป่า ปัญหาคลาสสิคซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามหาแนวทางและวิธีแก้ไขกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งการรณรงค์ การกำหนดโทษ กระทั่งร้องขอ แต่จนถึงวันนี้ หมอกควันก็ยังไม่จางลงแต่อย่างได ซ้ำหลายพื้นที่พบฝุ่นควันปกคลุมหนาแน่น วัดได้เกินค่ามาตรฐานในทุก ๆ พื้นที่

Read More
  • 03/02/2019 17:10

“งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น” ปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 3 ซึ่งกว่า 2 ทศวรรษผ่านไป มีงานวิจัยที่ดำเนินโดยชาวบ้านเกิดขึ้นทั่วประเทศกว่า 4,000 โครงการ สร้างนักวิจัยมากกว่า 31,000 คน และพบว่ากระบวนการที่เกิดในแต่ละพื้นที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคน ทำให้ชุมชนสามารถแก้ปัญหาและค้นหาทางออกจากปัญหาได้ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นยังเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาเดิมกับความรู้สมัยใหม่และสถานการณ์ใหม่ได้เป็นอย่างดี

Read More
  • 31/01/2019 15:03

ถ้าถามว่า “งานวิจัยยากตรงไหน” ส่วนใหญ่จะตอบตรงกันว่า “ยากตรงจุดเริ่มต้น ซึ่งหมายถึง ช่วงแรกที่ชาวบ้านได้รับรู้แนวคิดงานวิจัย และการสร้างความเข้าใจงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ผ่านกระบวนการสนับสนุนจากบรรดาพี่เลี้ยงและ Node (ศูนย์ประสานงานวินับเพื่อท้องถิ่น) และกว่าจะผ่านช่วง “เวทีพัฒนาโครงการ” ที่นักวิจัยหลายๆท่าน ต่างสะท้อนว่ายากเหลือเกิน ใช้เวลานานมาก บางโครงการพัฒนากันเป็นแรมปี แถมไม่ผ่านอีกต่างหาก ….บางโครงการพัฒนาจนได้โจทย์ใหม่ในแบบที่ชาวบ้านไม่ต้องการจึงยกเลิกไป …บางโครงการพัฒนาจนค้นพบช่องทางแก้ปัญหาได้ทันทีด้วยงานพัฒนาจึงลงมือทำและแก้ปัญหาได้เลยโดยไม่ต้องใช้เงินทุนงบวิจัย ขณะที่บางโครงการ พัฒนาแล้วเห็นว่าการแก้ปัญหาแบบนี้สามารถเขียนของบประมาณจากองค์กรอื่นจะทำให้แก้ปัญหาได้เร็วกว่าก็สามารถส่งต่อได้เลย

Read More
  • 29/01/2019 20:49

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย โดยฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ได้สนับสนุนโครงการวิจัยเรื่อง ยุทธศาสตร์การวิจัยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเป็นธรรม โดยศาสตราจารย์สุริชัย หวันแก้ว และคณะ ปี 2559 – 2560 ซึ่งจากการศึกษาวิจัยดังกล่าว ศ.สุริชัย หวันแก้ว ได้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำไว้อย่างน่าสนใจ 8 ประการ ดังนี้

Read More
  • 25/01/2019 11:53

พัฒนาการของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ในปักษ์ใต้ เริ่มในช่วงปี 2542 โดยเริ่มที่ ภาคใต้ตอนล่าง และทยอยสนับสนุน “พี่เลี้ยง” ในพื้นที่อื่นๆ ตามมาเป็นลำดับ รวมถึงการลงไปสนับสนุนชาวบ้าน ในชุมชนท้องถิ่น ทำวิจัยเพื่อท้องถิ่น

Read More
  • 16/01/2019 11:57

งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคอีสานได้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2542 เป็นยุคของการลองผิด ลองถูก และเรียนรู้ร่วมกันในทุกระดับตั้งแต่ สกว.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่นเอง ซึ่งยุคสมัยนั้นเรียกว่า “สำนักงานภาค” ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ กับพี่เลี้ยงใหม่ นักวิจัยก็ใหม่ ต่างก็ทดลองรูปแบบ วิธีการในการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด และเนื่องด้วยภาคอีสานเป็นดินแดนที่ค่อนข้างห่างไกลกันพอสมควร การเดินทางไปหากันระหว่าง สกว.สำนักงานภาคกับโหนดก็ค่อนข้างลำบาก ต้องเดินทางโดยรถยนต์จากจังหวัดเชียงใหม่เป็นระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร เพื่อลงพื้นที่ร่วมทำงานกับศูนย์ประสานงานต่างๆ นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการสนับสนุนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นร่วมกันอย่างเข้มข้น

Read More
  • 14/01/2019 12:44

โจทย์ใหญ่ของการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ จะทำอย่างไรที่จะทำให้ความหลากหลายทั้งด้านศาสนา ภาษา ความคิด ความเชื่อ ภูมิปัญญาซึ่งเป็นต้นทุนของชุมชนท้องถิ่นได้ถูกฟื้นฟู เข้าถึงได้ ใช้ประโยชน์ได้ และนำสู่การยอมรับและสร้างการเรียนรู้ร่วมกันทั้งในระดับชุมชน และสังคมภายนอกในภูมิภาคต่างๆของประเทศ

Read More