ชาญ อุทธิยะ : งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เครื่องมือสร้างศรัทธา


01 Jul
01Jul


 ชาญ อุทธิยะ : 

"งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เครื่องมือสร้างศรัทธา"

---------

มีโอกาสพบเครื่องมืองานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพราะเป็นกรรมการหมู่บ้าน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นสมาชิก อบต. โไปเรียนรู้กระบวนการทำงานของ อบต. เป็นอาสาพัฒนาชุมชนถูกอบรมจนกรอบ จนเกิดวิกฤติชีวิต เป็นหนี้ เห็นวิกฤติความทุกข์ยากของชาวบ้าน พยายามแก้ปัญหาหนี้สินของชาวบ้าน ที่บ้านสามขามีกองทุนต่างๆ มากมายแต่แทนที่จะแก้ปัญหากลับไปสร้างปัญหา

เพราะแค่คิดก็ผิดแล้ว กู้เงินไปส่ง ธกส. หมุนไปหมุนมา สูบเลือดกันในชุมชน เมื่อถึงสิ้นปี คนลงหุ้นเป็นหมื่น กำไรประมาณ 6000 บาท คิดโครงการหนึ่งมาว่าหากไม่แก้ไม่ได้ คือการแก้ปัญหาหนี้สิน เมื่อเดินไประยะหนึ่ง คนที่บ้านสามขา ประมาณ ปี 34 ค้างเงินประมาณ 7 แสนบาท

พอหนี้เยอะ ปรากฏว่ามีมาตรการออกมา คนในชุมชนพยายามแก้ปัญหา ลดดอกเบี้ยแต่ไม่มีคนมาส่ง แต่สุดท้ายมาวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะต้นทุน คิดว่าต่อไปบ้านสามขาเป็นบ้านแรกโดยให้คนมีหนี้มาเข้าโครงการ มีประมาณ 16-17 คน โดยออกมาตรการช่วยแก้ไข โดยให้มาเป็นหนี้ก้อนเดียว

ตอนนี้เหลือหนี้ภาพรวมประมาณเกือบสองหมื่น เสนอ พช. ว่าเป็นชุมชนเข้มแข็ง พูดเรื่องการบริหารจัดการ สอดคล้องกับยุคฟองสบู่แตก นาไปเสนอ ทุกหน่วยงาน ทุกชุมชนตะลึงว่าแก้ปัญหาอย่างไรแต่จริงๆ แก้ปัญหาระดับหนึ่ง

มีอาจารย์นพพร นิลณรงค์   (อดีตผู้ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดลำปาง)  ชวนมาทำวิจัย เมื่อปี 42 ไม่เชื่อว่ามีโครงการแบบนี้เกิดขึ้น ด้วยความที่ไม่ค่อยเชื่อก็เลยมาคุยกับชุมชน ระดมความคิดกับชุมชนว่ามีที่ไหนมีงบให้ชาวบ้านทาวิจัย เงียบไป ค่าหนึ่งไปดักปลาที่กลางทุ่งมีคนบอกว่ามีคนมาหา บอกว่าชวนทำวิจัยไปถึงไหนแล้วบอกว่าเขาไม่เชื่อ อ.นพพรมาพูดกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ลุงหนานเป็นนักวิจัยร่วม ทำวิจัย พัฒนาโครงการปี 42 อนุมัติปี 43 พัฒนาโครงการหนึ่งปี

จากนั้นกระบวนการวิจัยขับเคลื่อน ลุงหนานเรียนโดยกระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น เดิมไม่รู้จักการใช้ข้อมูล หากทำเรื่องหนี้สินไม่รู้ข้อมูลหนี้สินจะมีประโยชน์อะไร นักวิจัยสำรวจหนี้เก่าก่อนว่าใครมีหนี้หรือเปล่า พอได้มาประกาศหอกระจายข่าว ประกาศไป 3 วันทุกคนให้ความร่วมมือ นักวิจัย 1 คนต่อ 10 ครัวเรือน เลือกเอาครอบครัวที่คุ้นเคย สนิทสนม จากนั้นหย่อนแบบสำรวจ โดยคาดคะเนว่าหนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน พอนักวิจัย 1 คนไปสำรวจหนี้สินลูกทีมเป็นภาพรวมปรากฏว่า 5-7 ล้าน คลาดเคลื่อนเยอะ มีหนี้ถึง 18 ล้าน แจ้งให้คนทราบ แรงระเบิดจากภายในทุกคนอยากจดอยากจำ แต่ไม่มีฟอร์ม ให้สมุดเปล่ามา สิ้นเดือนมาสรุปกันแยกออกมาให้ได้ว่าอาหารเท่าไหร่ ภาษีสังคมเท่าไหร่ เดือนแรกกว่าจะสรุปได้ตี 1 ก็ไม่เสร็จ เดือนต่อไปจดเป็นระเบียบ บางรายการที่ไม่จดมีการท้วงติงอย่างอ้อมๆ บัญชีครัวเรือนตัวเดียวเปลี่ยนลุงหนาน เดือนแรกที่เห็น ภาษีสังคม เงินเดือน 2500 บาท แต่เดือนนั้น 4000 บาท ที่เหลือไปเอาเงินจากเมียก็เลยเปลี่ยนตนเอง ตั้งคาถามกับตนเอง หากคิดเปลี่ยนแปลงคนอื่น จะต้องเปลี่ยนตัวเองก่อนๆ เปลี่ยนคนอื่น

เรื่องแรกคือ งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นเครื่องมือทำงานได้ดีและสร้างศรัทธาได้ ซึ่งศรัทธามี 3 ระดับ

  • ระดับแรกคือศรัทธาในพื้นที่วิจัย ศรัทธา
  • ระดับที่สองคือการสร้างตัวเองให้เป็นที่ศรัทธาของชุมชน เพราะเราไม่มีอำนาจในทางการ ถ้าชาวบ้านศรัทธาตัวเรา เวลาทำงานชาวบ้านก็จะมาร่วมงานด้วยเอง เพราะเขาศรัทธาในอุดมการณ์เรา และศรัทธาในตัวเครื่องมือที่เราเอาไปหนุนชาวบ้าน ถ้าเราไม่ศรัทธาแล้วชาวบ้านจะศรัทธาได้อย่างไร งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นสิ่งที่จะแทรกซึมเข้าไปได้
  • ระดับที่สามคือทำให้คนในชุมชนศรัทธาในสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเองจากงานวิจัย

การเคลื่อนงานกับชุมชนที่ไม่เคยมีประสบการณ์วิจัยจะเคลื่อนงานได้ง่ายกว่าชุมชนที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้ว ฉะนั้น การทุ่มเท การเสียสละในการทางาน หรือการมีหัวใจพระโพธิสัตย์ในการทำงานหนุนชาวบ้าน นอกจากได้ผลกับชาวบ้านแล้ว ยังได้ผลกับตัวเราเองที่เรามีความสุข เราได้แบ่งปันกับคนอื่น

+++++++++

Comments
* The email will not be published on the website.